ดูหนังออนไลน์
Stock

ไหลไม่หยุด! ดาวโจนส์ดิ่งเกิน 500 จุด หวั่นเงินเฟ้อพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, ธนาคาร และอุตสาหกรรม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,232.04 จุด ดิ่งลง 510.78 จุด หรือ 1.47% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,144.21 จุด ร่วงลง 44.22 จุด หรือ 1.06% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,348.79 จุด ลดลง 53.07 จุด หรือ 0.40%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เจอแรงเทขายอย่างหนัก  ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ โดยนักลงทุน หันไปซื้อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแทน

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายราย เกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติมาตรการสร้างงาน และช่วยเหลือครัวเรือนในสหรัฐวงเงินรวมกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยรัฐบาลสหรัฐออกร่างกฎหมาย American Jobs Plan วงเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และร่างกฎหมาย American Families Plan วงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาครัวเรือนสหรัฐจากผลกระทบของโควิด-19

นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากตัวเลข CPI พุ่งขึ้นมากกว่า ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น

รวมทั้ง อาจส่งผลให้เฟดชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยอาจลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ จากปัจจุบันที่เฟดทำ QE อย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์ ต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ เฟดเคยส่งสัญญาณลดวงเงิน QE ในปี 2556 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกต่อนักลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดตัวลงอย่างหนักในปีดังกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม