Stock

‘ดาวโจนส์’ ร่วงกว่า 200 จุด ผิดหวังวัคซีนโควิด ‘J&J’ หวั่นแรงปะทะ ‘เฮดจ์ฟันด์-นักลงทุนรายย่อย’


ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (29 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ผิดหวังข้อมูลวัคซีนต้านโควิดของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ประกอบกับความกังวลที่ยังเกาะติดอยู่ เกี่ยวกับการเผชิญหน้ากันระหว่างกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ ฟันด์) กับ นักลงทุนรายย่อย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 30,396.45 จุด ร่วงลง 206.91 จุด หรือ 0.68% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,763.89 จุด ลดลง 23.49 จุด หรือ 0.62% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,266.61จุด ลบ 70.55 จุด หรือ 0.53%

Stocksbitcoin ๒๑๐๑๒๙

นักลงทุนมีความกังวลต่อวัคซีนโควิด-19 ของ J&J หลังผลการทดลองพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ แต่มีประสิทธิภาพลดน้อยลงในภูมิภาคอื่น  ทั้งผลการทดลองยังบ่งชี้ว่า วัคซีนของ J&J ไม่สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้ได้

J&J ระบุว่า ผลการทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 กับอาสาสมัครมากกว่า 43,000 คน พบว่า อาสาสมัครจำนวน 468 คน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่บางคนติดเชื้อ B.1.351 ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้

ผลการทดลองพบว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพโดยรวม 66% โดยมีประสิทธิภาพ 72% ในสหรัฐ 66% ในลาตินอเมริกา และ 57% ในแอฟริกาใต้ หลังจากมีการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ทั้งนี้ วัคซีนของ J&J สามารถสร้างภูมิต้านทานไวรัสโควิด-19 ด้วยการฉีดเพียงโดสเดียว ซึ่งแตกต่างจากวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค, แอสตร้าเซนเนก้า-มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และโมเดอร์นา ซึ่งต้องฉีด 2 โดส

ขณะที่ ราคาหุ้น GameStop ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐ พุ่งขึ้นมากกว่า 900% นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และถูกมองกันว่าเป็นการรวมตัวกันของนักลงทุนรายย่อยของสหรัฐ เพื่อสั่งสอนกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ ที่มักเก็งกำไรด้วยการทำชอร์ตเซลในตลาด

กลุ่มนักลงทุนใน WallStreetBets ซึ่งเป็นบอร์ดย่อยใน Reddit เว็บบอร์ดที่มีสมาชิกกว่า 4 ล้านราย และเป็นแหล่งที่นักลงทุนรายย่อยมักเข้าสนทนา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการซื้อขายหุ้นในตลาด ได้เล็งเป้าหมายที่จะผลักดันราคาหุ้น GameStop ให้สูงขึ้น เพื่อกดดันให้เฮดจ์ฟันด์ต้องกลับเข้าซื้อคืนหุ้นดังกล่าวเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ทำชอร์ตเซลไปก่อนหน้านี้ เพราะคาดว่า GameStop จะต้องปิดกิจการในไม่ช้า

การกระทำดังกล่าวของนักลงทุนรายย่อย ทำให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนหลายพันล้านดอลลาร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความวิตกว่า หากหุ้น GameStop ยังคงพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะทำให้เฮดจ์ฟันด์ตกอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลให้เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้พากันเทขายหุ้นอื่นในตลาด เพื่อระดมเงินมาชดเชยผลขาดทุนจากการเก็งกำไรใน GameStop

อ่านข่าวเพิ่มเติม