10หุ้นไทยต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุดช่วง 1 เดือน นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ
ภาพรวมตลาดหุ้นตลอดเดือนมี.ค. 2569 พบว่าต่างชาติยังคงขายสุทธิผ่าน NVDR ราว 38,000 ล้านบาท สะท้อน Fund Flow ที่กลับมาไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เนื่องจากภาวะ Risk-off ท่ามกลางภาวะสงครามอิหร่านกับสหรัฐ สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุนทั่วโลก
แต่ทว่าปัจจุบันหุ้นไทยยังสามารถทรงตัวได้ และยังทำผลตอบแทนเป็นบวก โดยนับตั้งแต่ปี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 15% ถือว่าเป็นหนึ่งในดัชนีที่ชนะหุ้นโลก เพราะแรงหนุนของการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาด ประกอบกับการได้รับอานิงส์ของหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งมีน้ำหนักสูงในตลาดหุ้นไทย
และจากข้อมูลบัญชี NVDR (เอ็นวีดีอาร์) จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยเห็นแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap.) อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน สะท้อนมุมมองสำคัญว่าเงินทุนไม่ได้ไหลออกจากความเสี่ยง แต่กำลังเลือกสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและได้ประโยชน์จากโครงสร้างเศรษฐกิจ

เปิด 10หุ้นไทย ต่างชาติซื้อสะสมสูงสุด
10หุ้นไทย ที่ต่างชาติซื้อสะสมสูงสุด ในช่วงเวลา 1 เดือนของสงครามอิหร่าน
1. PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 8,404 ล้านบาท
2. BBL หรือ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL)
มูลค่าซื้อสะสม 2,878 ล้านบาท
3. TFG หรือ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG)
มูลค่าซื้อสะสม 1,332 ล้านบาท
4. PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 597 ล้านบาท
5. HANA หรือ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 563 ล้านบาท
6. BTG หรือ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 455 ล้านบาท
7. IRPC หรือ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 437 ล้านบาท
8. BCP หรือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 262 ล้านบาท
9. BANPU หรือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 183 ล้านบาท
10. RCL หรือ บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน)
มูลค่าซื้อสะสม 181 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติเดินหน้าซื้อสุทธิในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์สงคราม โดยยังมีแรงเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวเนื่องอีกด้วย
ในทางตรงกันข้าม เราเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรในกลุ่มอื่นๆ เช่น การสื่อสาร ธนาคาร และค้าปลีก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญเรื่องความเสี่ยงของการถูกปรับลดประมาณการ GDP และความกังวลคุณภาพสินเชื่อนั่นเอง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- OR ไฟเขียวจ่ายเงินปันผล 0.60 บาทต่อหุ้น สะท้อนผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง
- OR เตรียมความพร้อมคลังและสถานีบริการทั่วประเทศ รองรับช่วงสงกรานต์
- OR เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 แล้ว! ถูกกว่าดีเซล B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg