ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐาน การทำความรู้จัก และการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน มุ่งสกัดทุนเทาอาชญากรรมทางการเงิน

ปัจจุบันกระบวนการให้บริการลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ มีขั้นตอนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) เพื่อให้สามารถรู้จักตัวตนของลูกค้าก่อนการให้บริการอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมทางการเงินที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน จึงเห็นความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานของกระบวนการ KYC/CDD ให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 ก.ล.ต. ได้ยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำ KYC/CDD ในครั้งนี้ ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. เพิ่มความเข้มในเรื่องการ Enhanced Client Due Diligence (Enhanced CDD) และการติดตามธุรกรรมผิดปกติ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการ ดังนี้
(1) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced CDD) ในกรณีที่พบข้อมูลอาชีพ แหล่งที่มาของรายได้ หรือฐานะการเงินที่ลูกค้าระบุไม่สอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมหรือธุรกรรม เช่น มีการโอนเงินหรือหุ้นเข้ามาในบัญชีในมูลค่าสูงเกินกว่าข้อมูลรายได้ หรือกรณีที่ลูกค้ากู้ยืมเงินในมูลค่าสูงมาลงทุนทั้งที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ หรือกรณีที่ลูกค้ามีการรับโอนหุ้นจากบัญชีที่มีชื่อเป็นบุคคลเดียวกันจากผู้ประกอบธุรกิจอื่นในมูลค่าสูงเกินกว่าฐานะทางการเงินของลูกค้า
(2) พิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ไปยัง สำนักงาน ปปง. เช่น เมื่อ บล. พบความผิดปกติในการโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าและมีการโอนออกภายในวันเดียวกันโดยไม่ได้มีการซื้อขายหลักทรัพย์หรือมีการซื้อขายหลักทรัพย์ในมูลค่าเพียงเล็กน้อย และเมื่อทำ Enhanced CDD แล้วไม่พบความสมเหตุสมผลในกรณีดังกล่าว
(3) ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้ารายที่พบความผิดปกติอย่างต่อเนื่องหลังจากผ่านการทำ Enhanced CDD แล้ว รวมทั้งให้ตรวจสอบและสอบทานการทำ Enhanced CDD ดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง
(4) มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น หน่วงการถอนเงิน ลดวงเงินในบัญชีซื้อขายหรือปฏิเสธการให้บริการ
(5) กำหนดมาตรการหน่วงการถอนเงินกรณีลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานที่มาของรายได้หรือฐานะการเงินประกอบการเปิดบัญชี และอาจพิจารณาทำ enhanced CDD เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ก.ล.ต. จะกำหนดแนวทางการฝากและถอนเงินของลูกค้า ให้มีวิธีการที่ชัดเจน และรัดกุมยิ่งขึ้น ดังนี้
(1) กำหนดให้รับฝากและถอนเงินได้เฉพาะบัญชีธนาคารที่มีชื่อเดียวกับลูกค้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้บัญชีบุคคลอื่น หรือรับเงินสด
(2) หากพบการฝากเงินสดที่ธนาคารเข้าบัญชีซื้อขาย ต้องยืนยันว่าเป็นการฝากโดยเจ้าของบัญชีซื้อขาย และหากจำนวนเงินที่ทำธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะ ต้องทำ enhanced CDD ลูกค้าโดยการตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมและฐานะ หากยังไม่สมเหตุสมผลให้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยและติดตามธุรกรรมต่อไป
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐาน KYC/CDD ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นทุนเทาที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง รวมถึงการถือหุ้นทางอ้อมและบุคคลที่ร่วมกันใช้อำนาจ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมและตลาดทุนโดยรวม
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้หารือร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และผู้ประกอบธุรกิจ ผ่านการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงโดยไม่สร้างภาระเกินสมควร และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้มาตรการได้ภายในเดือนเม.ย.นี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง ‘ปกรณ์ มงคลธาดา’ อินไซด์หุ้น AQUA
- ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์พิจารณา ‘ผู้ถือหุ้นรายใหญ่’ ธุรกิจหลักทรัพย์-สินทรัพย์ดิจิทัล
- ‘เอกนิติ’ เรียก ‘ก.ล.ต.-ตลท.’ ถกด่วน! ประเมินสถานการณ์รับมือตลาดหุ้นผันผวน!
ติดตามเราได้ที่