Stock

GC หุ้นปิโตรฯ กลยุทธ์ Global Play มีภูมิคุ้มกัน จากความเสี่ยงตะวันออกกลาง

GC หุ้นปิโตรเคมี กลยุทธ์ Global Play ที่มีภูมิคุ้มกัน จากความเสี่ยงในตะวันออกกลาง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลก เผชิญกับภาวะกำลังการผลิตล้นตลาด และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัว ส่งผลให้ผลประกอบการของผู้ผลิตจำนวนมากอยู่ในช่วงขาลงของวัฏจักร  นักวิเคราะห์ มองว่า GC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)   กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นตัวในปี 2569 จากทั้งปัจจัยภายนอกอุตสาหกรรมและการปรับโครงสร้างภายในองค์กร

บทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า  GC เป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงด้านวัตถุดิบที่ต่ำ ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทานในปัจจุบัน และผลประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ด้วยสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% และการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก

GC

ทำให้ GC มีภูมิคุ้มกันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง จึงยังคงคำแนะนำ Outperform หุ้น GC โดยปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 38 บาทต่อหุ้น จากความชัดเจนของกำไรที่มากขึ้น หลังจากปรับประมาณการกำไร ปี 2569 เพิ่มขึ้น 65% เพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจโรงกลั่นที่สูงกว่าคาด ประกอบกับ Valuation ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค

ทั้งนี้ มี 3 ปัจจัยกระตุ้นที่หนุนความน่าสนใจของหุ้น GC ดังนี้

ปัจจัยที่ 1 พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่น โดย GC มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% เทียบกับโรงกลั่นส่วนใหญ่ที่นำเข้ามากกว่า 50% ซึ่งช่วยจำกัดความผันผวนด้านอุปทานและราคา

ปัจจัยที่ 2 ได้ประโยชน์จากการหยุดชะงักของอุปทาน ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม middle distillates และ PX ที่ตึงตัวขึ้น จะช่วยสนับสนุนนผลประกอบการปี 2569 ของ GC ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินปรับขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 30 ดอลลาร์/บาร์เรล ในเดือนมีนาคม เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 18 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปี 2568 คาดว่าปัจจัยนี้จะช่วยหนุนให้ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปัจจัยที่ 3 ผลประกอบฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 หลังจากเผชิญกับผลขาดทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะการปรับโครงสร้างธุรกิจ การปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และภาพรวมอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ แต่คาดว่าจะเห็นผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โรงกลั่นและปิโตรเคมี ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ยังจะได้รับประโยชน์จากกำไรจากการขายหุ้นและสินทรัพย์จำนวน 2.3 พันล้านบาท ภายใต้โครงการขายสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย มองว่าด้วยลักษณะธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่ปิโตรเคมีระดับโลก ทำให้ PTTGC ถูกยกว่าเป็น “ตัวแทนการลงทุนเชิง Global Play” ที่สะท้อนวัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกโดยตรงจาก 3 ปัจจัยหนุนวัฏจักรปิโตรเคมีโลก ดังนี้

GC

1. Supply Discipline
หนึ่งในปัจจัยที่กดดันอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในช่วงที่ผ่านมา คือกำลังการผลิตใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน  ข้อมูลล่าสุดระบุว่ากำลังการผลิตโอเลฟินส์ใหม่ทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2573 ถูกปรับลดลงเหลือ 3.6 ล้านตัน จากเดิมที่คาดไว้ 6.4 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากการปิดโรงงานต้นทุนสูงในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน และยุโรป ซึ่งการลดกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยให้อุปทานตึงตัวขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมดีขึ้น

2. China Policy Shift
การยกเลิกเงินคืนภาษีส่งออกของจีน ถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ โดยจีนเตรียมยกเลิกเงินคืนภาษีส่งออก (Tax Rebate) สำหรับปิโตรเคมีที่เคยอยู่ในช่วง 9-13% มาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569 ผลที่เกิดขึ้นคือต้นทุนการส่งออกของผู้ผลิตจีนเพิ่มขึ้น ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเก็บภาษีการใช้แนฟทาในอนาคต ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง โรงงานแครกเกอร์ในจีนประมาณ 1 ใน 4 จะมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และอาจเร่งการปิดกำลังการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ และช่วยสนับสนุนอัตรากำไรของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลก

3. Regional Balance
อีกพัฒนาการที่สำคัญคือการยกเลิกข้อจำกัด BIS  ช่วยให้การส่งออกปิโตรเคมีจากจีนไปอินเดียเพิ่มขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคืออุปทานบางส่วนถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังอินเดีย และตลาดเอเชียเกิดการปรับสมดุลอุปสงค์และอุปทาน โดยการปรับตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์นี้จะส่งผลบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ผลิตปิโตรเคมีตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า

เพราะฉะนั้น จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น PTTGC โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายที่ 28.70 บาทต่อหุ้น ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ วัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เริ่มปรับสมดุล การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลดต้นทุนและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน

บทสรุปการลงทุนจะเห็นเลยว่าการฟื้นตัวของ PTTGC ในปี 2569 ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการปรับสมดุลอุปสงค์–อุปทานของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลก นโยบายด้านการค้าของจีนที่ลดการแข่งขันด้านราคา ตลอดจนการปรับโครงสร้างต้นทุนและงบดุลของบริษัท ทำให้ PTTGC กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกมองว่ามีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะถัดไปนั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน