“น้ำมัน-ก๊าซ” เจอ Supply Shock หนุนราคาถ่านหินพุ่ง หุ้น BANPU รับผลบวก
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ -อิสราเอล กับอิหร่าน ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจยกระดับกลายเป็น Regional War ทั่วไปทั่งภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ได้ส่งผลดีต่อสินค้าโภคภัณฑ์บางรายการ เช่น ถ่านหิน ที่มี Upside สูงขึ้น เป็นต้น
เนื่องจากหนึ่งในมาตรการตอบโต้ของอิหร่าน คือ การปิดช่องแคบ Hormuz เป็นเส้นทางเดินเรือสําคัญที่ใช้เป็นเส้นทางขนส่ง LNG ถึงประมาณ 20% ของปริมาณการค้า LNG ทั่วโลก และส่งทําให้กระแสการขนส่งพลังงานในภูมิภาคสะดุดลงอย่างมีนัยสําคัญ นอกจากนี้ สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่ออิหร่านใช้โดรนโจมตีโรงงานผลิตพลังงานที่ Ras Laffan Industrial City และ Mesaieed Industrial City ทําให้ QatarEnergy ต้องระงับการผลิต LNG ชั่วคราว
ทั้งนี้ กาตาร์ส่งออก LNG เกือบ 81 ล้านตัน ในปี 2568 คิดเป็นกว่า 80% ที่ส่งออกไปยังตลาดเอเชีย ในขณะที่ยุโรปยังคงเป็นผู้ซื้อสําคัญภายใต้สัญญาระยะยาว ดังนั้น หากอุปทาน LNG ของกาตาร์สะดุดลง ก็อาจทําให้ตลาดก๊าซทั่วโลกตึงตัวขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โรงไฟฟ้าต่างๆ จึงอาจจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหิน ถ้าหากราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป
จะเห็นว่าเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคาถ่านหิน Newcastle เพิ่มขึ้น 10%WoW เป็น$129 ต่อตัน (จาก $117) ในขณะที่ราคา JKM LNG พุ่งสูงขึ้น 46% WoW เป็น $15.7 ต่อ mmbtu(จาก $10.8 ต่อ mmbtu)

บทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทําให้ราคาถ่านหินมี Upside เพิ่มขึ้น และเป็นผลบวกต่อราคาหุ้น BANPU หรือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานแบบครบวงจร ซึ่งมีถ่านหินเป็นหนึ่งในแกนหลัก
ปรับเพิ่มคําแนะนํา BANPU จากถือเป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 7.10 บาท จาก 5.50 บาท การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกําไรและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะลุกลามและกระทบกับอุปทาน LNG โลก
ประเมินว่าราคาถ่านหิน Newcastle เพิ่มขึ้นทุกๆ $10 ต่อตัน จะทําให้ประมาณการกําไรของ BANPU เพิ่มขึ้นประมาณ 3 พันล้านบาท จะทําให้ประมาณการกําไรปี 2569 มี Upside ประมาณ 41% และทําให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2 บาทต่อหุ้น
สำหรับแนวโน้มกำไรปี 2569 ของ BANPU อยู่ที่ประมาณ 7.3 พันล้านบาท ปรับเพิ่มประมาณการกําไรขึ้นอีก 157% จากเดิม 2.8 พันล้านบาท ตามการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาถ่านหิน รวมถึงการปรับเพิ่มราคาขายถ่านหินเฉลี่ย (ASP) ของ BANPU ในอินโดนีเซียขึ้นอีก 18% ด้วย

ด้านมุมมองของนักวิเคราะห์ บล. บัวหลวง แสดงความเห็นต่อหุ้น BANPU ว่า จากแนวโน้มราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งโอกาสที่ราคาถ่านหินจะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ในระยะสั้น เพราะฉะนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน จึงมองเป็นโอกาส “ซื้อเก็งกำไร” BANPU
โดยที่ “ธุรกิจถ่านหิน” มีแนวโน้มปริมาณขายและราคาถ่านหินสูงขึ้นจากอุปทานตึงตัวและ switching demand จากราคาน้ำมันที่สูง “ธุรกิจก๊าซ” แนวโน้มอุปสงค์เติบโตต่อเนื่องตามการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐ และการส่งออก LNG ที่เพิ่มขึ้น จะหนุนให้ราคาก๊าซ Henry Hub สูงขึ้น รวมทั้งจะได้อานิสงค์จากราคา LNG ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นด้วย “ธุรกิจไฟฟ้า” แนวโน้มเติบโตจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายกาลังการผลิต
สรุปแล้ว ความตึงเครียดของสงครามที่มีความเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค กำลังสร้าง Supply Shock ในตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้การส่งออก LNG มีความเสี่ยงสะดุด และสะท้อนแนวโน้มที่โรงไฟฟ้าอาจหันมาใช้ถ่านหินทดแทนก๊าซมากขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะหนุนกำไรหุ้น BANPU ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แบงก์กรุงเทพฯ ถอยแล้ว! เลื่อนกำหนด บังคับเงินติดบัญชี 2,000 บาท
- ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง ‘ปกรณ์ มงคลธาดา’ อินไซด์หุ้น AQUA
- ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์พิจารณา ‘ผู้ถือหุ้นรายใหญ่’ ธุรกิจหลักทรัพย์-สินทรัพย์ดิจิทัล
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg