“ทรีนีตี้” แนะปรับพอร์ตรับสงคราม!! ชี้สงครามตะวันออกกลางเป็น Global Risk กดดันตลาดต้น มี.ค. คาดเงินไหลจากหุ้นสู่พันธบัตร-ทองคำ ส่อง 5 กลุ่มหุ้นที่ยังถือต่อได้
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยทิศทางการลงทุนหุ้นไทยในเดือน มี.ค. 2569 ว่าสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่เกิดขึ้นใหม่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะทำให้ Global risk sentiment ได้รับผลกระทบเชิงลบในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ด้วย คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหลายโดยเฉพาะหุ้นมีโอกาสที่จะถูดลดสถานะโดยนักลงทุน ส่วนสินทรัพย์ที่อาจได้รับการโยกย้ายเงินลงทุนเข้ามาแทน มองไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตร ทองคำ รวมถึงการเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความกังวลด้านอุปทาน เช่น น้ำมัน ซึ่งน่าจะทำให้กลุ่มน้ำมันของไทยโดยเฉพาะ Upstream อย่าง PTTEP ปรับตัวขึ้นในวันนี้ได้

ในสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น ผู้ที่ยังคงถือครองหุ้นไทยในระดับสูง เรายังคงแนะนำให้ใช้จังหวะนี้ในการขายทำกำไร และลดพอร์ตการลงทุนลง แต่หากต้องการลงทุนจริง มองไปยังกลยุทธ์ Mix & Match ระหว่างหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่ยังพอมี Upside ทางด้าน Valuation หลงเหลืออยู่บ้าง
หุ้นกลุ่มที่ใช้กลยุทธ์ Mix & Match
- กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPAXT, HMPRO
- กลุ่มไฟแนนซ์ ได้แก่ KTC
- กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ CCET
- กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KKPและ
- กลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ได้แก่ COCOCO, ILM, KLINIQ, SABINA, TFM
สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือน มี.ค. ประเมินว่า Upside ของ SET Index อยู่ในระดับที่จำกัดด้วยเรื่องของ Valuation แล้ว โดยที่ระดับ 1,530 จุด นั้นถือเป็นระดับดัชนีที่เหมาะสมตามวิธี PE Model ในกรณีดีสุดที่รวมผลของปรากฏการณ์ PE Expansion จากการลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุดไปเป็นที่เรียบร้อย ประเมินข่าวดีที่เคยคาดหวังมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ ได้เกิดขึ้นและสะท้อนอยู่ในราคาดัชนีปัจจุบันเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ คำพิพากษายกเลิกภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ ตามกฎหมาย IEEPA หรือการลดดอกเบี้ยนโยบายที่น่าจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวของปี

ขณะที่การลงทุนในเดือน มี.ค. นักลงทุนจะต้องติดตามปัจจัยสำคัญอื่น ๆ อีก ได้แก่การประชุมของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ เช่น การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 17-18 มี.ค. ซึ่งเราคาดการณ์ว่า Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อไป การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ในวันที่ 18-19 มี.ค. ซึ่งล่าสุดนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า BoJ จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ส่วนในวันที่ 19 มี.ค. จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งล่าสุดนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า ECB จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม และการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า BoE จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 3.50%
สำหรับปัจจัยในประเทศ ให้จับตาการจัดตั้งรัฐบาลไทยหลังการเลือกตั้ง ว่าจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีอุปสรรคใดหรือไม่ และความเสี่ยงที่หุ้น DELTA อาจถูกขึ้นบัญชี Trading alert หากราคายังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- วิกฤตตะวันออกกลางเดือด! ดันราคาน้ำมัน-ทองคำพุ่ง ชี้หุ้นไทยแกร่ง แนะ 2 หุ้นเด่น
- ส่องปันผลหุ้นธนาคาร แจกเท่าไหร่ ขึ้น XD วันไหน มีปันผลพิเศษไหม เช็กเลย!
- สแกน 16 หุ้นไทย New High ในรอบ 1 ปี
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg