“บล.เอเซีย พลัส” เตือนตลาดการเงินโลกเข้าโหมด “ระวังตัว” แนะถือเงินสดรอช้อนหุ้นไทย ชูเป็น “หลุมหลบภัย” รับกระแสเลือกตั้งปี 69
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ทิศทางการลงทุนล่าสุด ชี้สัญญาณตลาดการเงินโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะ “Risk-Off” หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาสภาพคล่องที่เริ่มตึงตัว แนะนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสด พร้อมมองตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งพักเงิน (Safe Haven) ชั้นดี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้งปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง

เกาะติดความเสี่ยงโลก : สงครามและสภาพคล่อง ฝ่ายวิจัยระบุว่า ปัจจัยแวดล้อมต่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง โดยราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นแรงราว +2.3% แตะระดับใกล้ 68 เหรียญฯ/บาร์เรล สาเหตุหลักมาจากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานเครื่องบินรบสหรัฐยิงทำลายโดรนอิหร่านในทะเลอาหรับ อ้างเหตุผลเพื่อป้องกันตนเอง ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน “ความหวังเรื่องสภาพคล่อง” ในตลาดโลกเริ่มแผ่วลง
ข้อมูลจาก BofA Global Fund Manager Survey ชี้ว่าระดับการถือเงินสดของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 3.3% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่าช่วงวิกฤตปี 2008 และ 2020 สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันได้ “ทุ่มหมดหน้าตัก” ไปแล้ว ทำให้แรงซื้อใหม่ในระยะสั้นอาจจำกัด และเริ่มมีความเสี่ยงด้าน Valuation ที่ตึงตัว นอกจากนี้ ดัชนีความกลัว (Fear & Greed Index) ได้ปรับตัวลงสู่โซน “FEAR” และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มจูงใจมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ Earnings Yield Gap เริ่มติดลบ ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการถือสินทรัพย์เสี่ยง
เจาะสนามการเมืองไทย 2026 : “อนุทิน” เต็งหนึ่งนายกฯ สำหรับปัจจัยในประเทศ บล.เอเซีย พลัส ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยข้อมูลจาก Polymarket บ่งชี้ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสูงถึง 70% ตามมาด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (21%) ซึ่งหากเป็นไปตามคาด อำนาจการบริหารอาจอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยที่มีความยืดหยุ่นสูง สถิติย้อนหลังการเลือกตั้ง 6 ครั้งล่าสุดระบุว่า SET Index มีโอกาส 83% ที่จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.8% – 2.6% ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งไปจนถึง 1 เดือนหลังเลือกตั้ง โดยนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยเน้นไปที่สวัสดิการ (คนละครึ่ง/บัตรสวัสดิการ), การลดค่าไฟ, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan), และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้น GDP ไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ให้โตเกิน 1.6% ได้

กลยุทธ์การลงทุน : เน้นหุ้นไทยปันผลสูง-รับกระแสเลือกตั้ง จากความผันผวนของตลาดโลก ฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดในพอร์ตเป็น 20%–30% เพื่อรอจังหวะซื้อเมื่อตลาดย่อตัว, โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจในฐานะแหล่งพักเงิน เนื่องจากมีส่วนต่างผลตอบแทน (MEYG) สูงถึง 4.79%
หุ้นแนะนำ (Top Picks)
- หุ้นรับกระแสเลือกตั้ง : CPALL, TIDLOR
- หุ้นปันผลสูงและพื้นฐานดี : ICHI, COCOCO, SIRI, PTT, PTTEP
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่อง 4 หุ้นเด่นรับ Election Rally คงเป้าหุ้นไทยสิ้นปีนี้ที่ 1,370 จุด
- ‘ทรีนีตี้’ มองเลือกตั้งชี้ชะตาหุ้นไทย เสี่ยง Sell on fact แนะลุยหุ้นแบงก์-ท่องเที่ยว
- ‘โกลเบล็ก’ ชี้หุ้นไทยเดือน ก.พ. คึกคัก ลุ้นแตะ 1,400 จุด รับแรงหนุนรัฐบาลใหม่
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg