หุ้นไทยขวัญใจ ต่างชาติ หุ้นตัวไหน NVDR ซื้อมากที่สุด ?
สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,259.67 จุด ปรับตัวลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน ด้วยมูลค่าตลาดรวมทั้งสิ้นประมาณ 15.86 ล้านล้านบาท
มรสุมที่กดดันตลาดในปีก่อน คือ กำแพงภาษีจากสหรัฐ ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความขัดแย้งกับกัมพูชาที่ยังยืดเยื้อ และแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
สรุปมูลค่าการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุนในปี 2568
1. สถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 37,993 ล้านบาท
2. บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 13,592 ล้านบาท
3. นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 107,059 ล้านบาท
4. นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ 158,645 ล้านบาท

จะเห็นว่านักลงทุน 4 กลุ่มข้างต้น มีเพียงนักลงทุนรายย่อยในประเทศเท่านั้นที่ซื้อหุ้นไทยสุทธิ และเป็นตัวแบกดัชนีให้ไม่แย่ไปมากกว่านี้ แต่ฝั่งสถาบัน บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนต่างประเทศ ล้วนเป็นผู้ขายหุ้นไทยทั้งนั้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่ขายออกมาเป็นจำนวนมากกว่า 1 แสนล้านบาท
ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยขาดเสน่ห์ เพราะโดยทั่วไปนักลงทุนกลุ่มนี้มักจะลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงที่สุด เช่น ถ้าช่วงไหนตลาดหุ้นบ้านเราถูก หรือน่าลงทุน กลุ่มนักลงทุนกลุ่มนี้ก็จะย้ายเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเรา ในทางกลับกันถ้าตลาดหุ้นบ้านเราแพงเกินไป หรือมองว่าโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมีไม่มากแล้ว นักลงทุนกลุ่มนี้ก็พร้อมจะย้ายเงินไปหาตลาดอื่นๆ ที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่มากกว่า กลุ่มนี้จะค่อนข้างมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นบ้านเราอยู่มาก และคนในตลาดส่วนใหญ่ให้ความสนใจ
แต่อย่างไรก็ดี ยังคงมีหุ้นไทยในปี 2568 ที่ต่างชาติซื้อสุทธิเป็นจำนวนมากผ่าน NVDR ดังนี้
1. ADVANC: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
ต่างชาติซื้อสุทธิ 18,896 ล้านบาท
2. SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
ต่างชาติซื้อสุทธิ 10,042 ล้านบาท
3. DELTA: บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ต่างชาติซื้อสุทธิ 9,199 ล้านบาท
4. PTT: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ต่างชาติซื้อสุทธิ 8,065 ล้านบาท
5. AOT: บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
ต่างชาติซื้อสุทธิ 7,774 ล้านบาท
ทั้งนี้ NVDR ย่อมาจาก Non-Voting Depository Receipt หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทางเลือก ให้กับนักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในหุ้นไทย แล้วยังได้รับสิทธิประโยชน์จากหุ้นตัวที่ซื้อไปเหมือนกับการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทุกประการ เช่น การได้รับเงินปันผล, กำไรจากส่วนต่างราคา และสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน แต่จะไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น เพราะถ้าชาวต่างชาติซื้อขายบนกระดานทั่วไป (Local Share) จะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล

สำหรับหุ้นไทยที่เป็นขวัญใจนักลงทุนต่างชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณตลาด (Market Signal) ว่าหุ้นนั้นผ่านการคัดกรองของนักลงทุนทั่วโลก หรือมี Story ที่ต่างชาติเข้าใจได้ เช่น กำไรเติบโตยั่งยืน โครงสร้างธุรกิจแข็งแรง เชื่อมโยงธีมโลก (AI, Energy transition, Infrastructure, Consumption) ตลอดจนมีสภาพคล่องสูง สามารถรองรับเงินก้อนใหญ่
นอกจากนี้ บางคนอาจตีความว่าเป็นหุ้นที่มี Downside จำกัดกว่า SET โดยรวม มักเป็นหุ้นนำตลาด (Market leader) ที่มีโอกาสถูกใช้เป็นแกนพอร์ตของ Fund Flow หากตลาดฟื้นกลับคืนมานั่นเอง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ขาดสภาพคล่อง!! อารียา ผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 รุ่น รวมกว่า 6 ล้านบาท
- กลยุทธ์ผู้ประกอบการอสังหาฯ เพิ่มมูลค่า ‘ที่ดินตาบอด’
- เศรษฐกิจกดดัน ตลาดที่อยู่อาศัยปี 68-69 ฟื้นช้า โอกาสอสังหาฯมือสอง-เช่า
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg