TLI หรือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของไทย โดยให้บริการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และบริการวางแผนทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งรายบุคคล และองค์กร ด้วยเครือข่ายตัวแทน และช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ความแข็งแกร่งของ TLI คือ แบรนด์แข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายตัวแทน และสำนักงานมากกว่า 249 สาขาทั่วประเทศ ประกอบกับผลิตภัณฑ์ประกันที่ครบวงจร และสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ
ล่าสุดบทวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ ได้ออกคำแนะนำหุ้น TLI โดยมีมุมมองว่า หุ้นยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น แต่ภาพในระยะยาวยังแข็งแกร่ง จึงยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” จากมูลค่าที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 13.5 บาทต่อหุ้น
นักวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TLI แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 13.5 บาทต่อหุ้น จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 16 บาทต่อหุ้น เพราะว่าปัจจัยหนุนระยะสั้นยังจำกัดจากเบี้ยสุขภาพในไตรมาส 4/68 ถึงไตรมาส 1/69 คาดลดลง YoY จากฐานสูง
ส่วนอัตราดอกเบี้ยขาลงที่กดดัน VONB margin (Value of New Business: มูลค่ากำไรที่คาดว่าจะได้รับตลอดอายุสัญญาของกรมธรรม์ใหม่ที่ขายได้) และความเสี่ยงเคลมที่อาจสูงขึ้นในไตรมาส 4/68 จากจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดที่เพิ่มขึ้น
แต่ก็มองทั้งหมดเป็นปัจจัยกดดันชั่วคราว โดยคาดกำไรปกติเติบโตแข็งแรง 11% ในปี 2568 และ 6% ในปี 2569-2570
ดังนั้น ราคาปัจจุบันเป็นจุดสะสมที่ดี โดยหุ้นซื้อขายที่ Valuation ไม่แพงที่ 0.55 เท่า P/EV พร้อมเงินปันผลราว 6% ในปี 2568 นอกจากนี้ มีโอกาสจ่ายปันผลเพิ่มเนื่องจากมีระดับอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ที่แข็งแกร่งมากกว่า 500%
VONB เผชิญแรงกดดันระยะสั้น
ข้อมูลยอดขายประกันสุขภาพปีแรก (FYP) ในเดือนต.ค. 2568 เห็นการลดลง 43% จากฐานสูงในปีก่อน ที่ลูกค้ามีการซื้อประกันเป็นจำนวนมาก ก่อนมีการประกาศใช้นโยบาย Copay ในช่วงเดือนมี.ค.2568
ทั้งนี้ TLI สามารถชดเชยด้วยการขายประกันแบบสะสมทรัพย์ และแบบตลอดชีพ ซึ่งเติบโต 42% และ 87% YoY และทำให้ FYP รวมโต 19% เทียบกับอุตสาหกรรมที่ 3% แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มี VONB margin ต่ำอยู่ราว 30-40% ผนวกกับอัตรา Bond Yield ที่ต่ำลง
จึงคาดว่า VONB margin ในไตรมาสล่าสุดจะลดลงสู่ 45% เทียบกับ 57% ในไตรมาส 4/67 ส่งผลให้ VONB ลดลง 15% จากปีก่อน
ปรับลดกำไรลง 6-7% แต่การเติบโตยังแข็งแรง
ได้มีการปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2568-2570 ลง 6-7% จากยอดเคลมที่สูงกว่าคาดและ VONB ที่อ่อนแอกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ยังคาดกำไรปี 2568 โต 11% หนุนโดยฐาน CSM ที่ใหญ่ขึ้น และพอร์ตลงทุนที่โตตามเบี้ยรับ ขณะที่คาดกำไรปี 2569-2570 เติบโตราว 6% ต่อปีจากเบี้ยประกัน (APE) ที่ยังเติบโตโดยเฉพาะประกันสุขภาพตามโครงสร้างประชากรสูงอายุที่มากขึ้น และอัตราค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มลดลงตามทิศทางเคลมที่ลดลงหลังนโยบาย Copay เริ่มใช้ รวมถึงการคุมค่าเคลมที่เข้มงวดขึ้นของบริษัทประกัน
โดยสรุปหุ้น TLI ยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจากปัจจัยเฉพาะหน้า ทั้งการชะลอตัวของเบี้ยประกันสุขภาพ ฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน ภาวะดอกเบี้ยขาลงที่กดดัน VONB margin รวมถึงความเสี่ยงด้านเคลมในบางช่วงเวลา แต่ปัจจัยเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียงแรงกดดันชั่วคราว
ในระยะยาวพื้นฐานของ TLI ยังแข็งแกร่งจากแบรนด์ที่เป็นผู้นำ ฐานลูกค้าที่กว้าง โครงสร้างเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาก และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกันสุขภาพที่สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ ขณะที่กำไรยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง และ Valuation อยู่ในระดับไม่แพง พร้อมอัตราเงินปันผลที่น่าสนใจ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หุ้นแบงก์ไทยยุคโตช้า แต่มีดีที่ปันผล 6-7% ต่อปี
- สุญญากาศทางการเมืองกดหุ้น CK แต่โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสม พื้นฐานแกร่ง
- สรุปหุ้น SET100 ผลตอบแทนโดดเด่นสุดรอบ 11 เดือนปี 2568
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg