“บล.กสิกรไทย” วิเคราะห์ “หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า” ไตรมาส 3/68 มุมมองเชิงบวก พร้อมชู GULF หุ้นเด่น
บล.กสิกรไทย สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/2568 กลุ่มสาธารณูปโภครายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2568 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% YoY และ 12% QoQ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย กำไรที่ลดลงทั้งเชิง YoY และ QoQ สาเหตุหลักมาจาก

- กำไรของ EGCO ที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากสัญญาโรงไฟฟ้าแห่งแรกที่สร้างกำไรให้กับบริษัทฯ หมดอายุลง และต้องหยุดซ่อมบำรุงทั้งไตรมาส ส่งผลให้ขาดทุน
- ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่ได้รับรู้จาก GPSC และ BGRIM ในบริษัทย่อย ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 83% QoQ จากกำไรพิเศษของการควบรวมกิจการ GULF กับ INTUCH ซึ่งบันทึกในไตรมาส 2/2568 เทียบกับไม่มีการบันทึกในไตรมาส 3/2568
ความกังวลล่าสุดเกี่ยวกับการยกเว้นค่า Adder จากค่า Ft สภาองค์กรของผู้บริโภค(สอบ.) ระบุว่า ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อขอให้เพิกถอนค่าใช้จ่ายภาครัฐที่สนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Adder) ที่รวมอยู่ในค่าไฟฟ้าผ่านค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) โดยให้เหตุผลว่าไม่ควรโยนภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า หากคดีศาลพิจารณารับฟ้อง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องยื่นคำชี้แจงภายใน 30 วัน โดย สอบ.หวังว่าศาลจะมีคำสั่งก่อนการปรับค่า Ft ครั้งต่อไปในเดือน ม.ค.2569 เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนไฟฟ้าให้อยู่ในระดับต่ำ
มุมมองของเรา เราเชื่อว่าพัฒนาการดังกล่าวเป็น sentiment เชิงลบอย่างชัดเจนสำหรับกลุ่มสาธารณูปโภค โดยเฉพาะบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าที่เชื่อมโยงกับค่า Ft เป็นหลักอย่าง GPSC และ BGRIM อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกลไกการคำนวณค่าไฟฟ้า โดย ณ ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐเพื่อสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ซึ่งรวมถึง Adder และ Feed-in Tariff คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 หรือต่ำกว่า 0.15 บาท/ kWh เฉพาะ Adder เพียงอย่างเดียวคิดเป็นประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นเราเชื่อว่าผลกระทบสูงสุดต่อค่าไฟฟ้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.05-0.06 บาท/ kWh ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเราประเมินผลกระทบต่อ GPSC และ BGRIM อยู่ที่มากที่สุดประมาณ 4-5%
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? เราเชื่อว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องแทรกแซงค่าไฟฟ้าด้วยการยกเลิก Adder เนื่องจาก Adder ในโครงการพลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่แล้วกำลังจะหมดอายุลง แม้ว่าจะมี Adder เหลืออยู่บ้างสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมจนถึงปี 2572 แต่ภาระในการชำระ Adder จะลดลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งค่าไฟฟ้าจะค่อยๆ ลดลงโดยอัตโนมัติ ในทางกลับกัน ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระในการชำระคืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประมาณ 4.70 หมื่นลบ. เราเชื่อว่าค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 อาจลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 3.90 บาท/kWh ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลเคยออกมาแสดงความคิดเห็นล่าสุดเกี่ยวกับการคงหรือเพิ่มค่าไฟฟ้าเล็กน้อย

มุมมอง KS
คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภค เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภค โดยพิจารณาจาก
- การแทรกแซงค่าไฟฟ้าของรัฐบาลที่น้อยลง
- แนวโน้มราคาพลังงานที่ลดลง
- อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิและมูลค่าหุ้น
- กรอบการดำเนินงานใหม่ของรัฐบาลเกี่ยวกับฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ และสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยตรง ซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตที่ดีขึ้นในตลาดภายในประเทศ โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- วิเคราะห์หุ้น ADVANC : ผลประกอบการดีกว่าคาด ท้องฟ้าสดใสรออยู่ข้างหน้า
- วิเคราะห์หุ้น AMATA กำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 10 ปี
- วิเคราะห์หุ้น OR แนวโน้มกำไรเชิงบวก จากอัตรากำไรน้ำมันที่แข็งแกร่ง
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg