Stock

เกิดอะไรขึ้น! วันเดียวราคาหุ้น AOT พุ่ง 11.58%

วันเดียวราคาหุ้นAOT พุ่ง 11.58% รับข่าวการปรับแก้ไขสัมปทานดิวตี้ฟรีกับ King Power ทั้ง 5 สนามบิน  

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2568 ได้สร้างปรากฎการณ์มากทีเดียว เมื่อราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 11.58% โดยทำราคาปิดตลาดที่ระดับ 53 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าบริษัทที่เพิ่มขึ้นเกือบ 70,000 ล้านบาทในวันเดียว

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นัก โดยเฉพาะกับหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap.) อย่าง AOT ที่มี Market Cap. สูงกว่า 6 แสนล้านบาท

สำหรับสาเหตุของการทะยานขึ้นรอบนี้ เนื่องมาจาก AOT ได้มีการปรับแก้ไขสัมปทานดิวตี้ฟรีกับ King Power ด้วยการขยายสัมปทานทั้ง 5 สนามบิน ได้แก่ อากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ พร้อมปรับเงื่อนไขส่วนแบ่งรายได้ให้เหมาะสมขึ้น

อีกประเด็นคือคณะกรรมการการบินพลเรือน ได้อนุมัติการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารค่าออก (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดเอาไว้ก่อนหน้านี้

นี่ถือเป็น 2 ปัจจัยหนุนที่ผลักดันราคาหุ้น AOT โดดเด่น ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัท เช่น บล. หยวนต้า ที่ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 12-22% และ บล. กรุงศรี ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 28-55% ตามลำดับ

หุ้นAOT

มุมมองบทวิเคราะห์ บล. หยวนต้า ปรับประมาณการปีงบประมาณ 2569-2570 ขึ้น 12-22% เป็นคาด 2.2 หมื่นล้านบาท และ 2.8 หมื่นล้านบาท จากการปรับสมมติฐานรับผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อหัว (MG) ของสัมปทาน Duty Free ขึ้นให้สอดคล้องกับผลการเจรจาล่าสุด ทำให้รายได้สัมปทานปรับขึ้นปีละ 7-8% รวมถึงการปรับเพิ่มค่าบริการ PSC เฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาทต่อคน ( 390 บาทต่อคน จากเดิมคาด  250 บาทต่อคน) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้รายได้ค่าบริการผู้โดยสารเพิ่มขึ้นปีละ 10-14%

ผลของการปรับประมาณการ ทำให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 50 บาทต่อหุ้น แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นถูกเก็งกำไรขึ้นมาสะท้อนข่าวบวกทั้งสองประเด็นที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไปบ้างแล้ว โดยมีแรงส่งต่อเนื่องจากการปรับประมาณการขึ้นของตลาดได้ในระยะสั้น เพราะฉะนั้น AOT จึงเหลือ Upside Gain ที่จำกัด ทำให้ยังคงคำแนะนำ “TRADING” ในระยะถัดไป เพราะ Catalyst สำคัญของ AOT ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

มุมมองบทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี มอง Slightly Positive ต่อผลเจรจา King Power ใกล้เคียงคาดและการขึ้นค่า PSC ต่ำกว่ากรณี Best Case ของเราเล็กน้อย (แต่สูงกว่าตลาดคาด) ดังนั้น จึงปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 44.75 บาท และมี Upside (Best Case 53.50 บาท) จากเป้าหมายสถิติการบินของบริษัทสูงกว่าคาด

หุ้นAOT

พร้อมกับปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 28% และ 55% เป็น 20,203 ล้านบาท และ 26,384 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อน 2 ข้อสรุปข้างต้น โดยปรับเพิ่มรายได้ค่าสัมปทานปี 2570 ขึ้นเล็กน้อย 1% รวมทั้งปรับเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร (PSC) ปี 2569 ขึ้น 18% และปีถัดไปเพิ่มขึ้น 38% นอกจากนี้ ปรับอัตรา SG&A/Sales ลงสะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายในปีนี้ที่ดีกว่าคาด

สุดท้ายนี้ จะเห็นว่าภาพของ AOT ยังคงเป็น “หุ้นสัมปทาน” ที่ต้องติดตามความคืบหน้าของสัญญากับทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นดิวตี้ฟรี การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือโครงสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญต่อประมาณการกำไร และสามารถสร้างความผันผวนให้ราคาหุ้นได้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญา

แม้ข่าวบวกครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกความกังวลและหนุนราคาหุ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ในมุมของการลงทุนระยะยาว นักลงทุนยังต้องประเมินความเสี่ยงเฉพาะตัวของธุรกิจสัมปทาน ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางผลประกอบการของ AOT ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน