คนละครึ่งพลัส ผลดีต่อหุ้นไฟแนนซ์ กระตุ้นใช้จ่าย และเก็บหนี้ได้ดีขึ้น
การมาของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “โครงการคนละครึ่งพลัส” รอบล่าสุดที่รัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิครบ 2,000 บาทในเฟสแรก ภายใต้งบประมาณรวมไม่เกิน 44,000 ล้านบาท ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคการบริโภคในประเทศในช่วงปลายปี 2568 นี้
โดยบทวิเคราะห์ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งพลัสประสบความสำเร็จ ในการกระตุ้นการบริโภค และส่งผลให้การเก็บหนี้ดีขึ้น เป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ในตลาดหุ้นไทย อีกทั้งมาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ร้านค้าและร้านอาหารขนาดเล็กที่จัดอยู่ในกลุ่มระดับรากหญ้าและกลุ่มรายได้กลางถึงล่าง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของกลุ่มสินเชื่อรายย่อย ดังนั้น บริษัทในกลุ่มการเงินจึงคาดว่ามาตรการนี้จะข่วยยกระดับการเก็บหนี้ของบริษัท รวมทั้งนำไปสู่แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น

จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการบริโภคที่ขยายตัว และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ได้แก่ หุ้น MTC, KTC, TIDLOR และ SAWAD
หุ้น MTC หรือ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 52.00 บาทต่อหุ้น
เชื่อว่าราคาหุ้น MTC ที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว หลังประกาศงบไตรมาส 3/2568 มีสาเหตุมาจาก ew NPL formation ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะ MTC เป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถขยายพอร์ตสินเชื่อเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรม จึงเกิดความกังวลในตลาดว่าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อจะนำไปสู่แนวโน้ม NPL ที่สูงขึ้นในอนาคต
แต่ผู้บริหาร MTC ย้ำถึงแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์อันแข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า new NPL formation ที่เพิ่มขึ้น QoQ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลในระยะยาว โดยคาดว่าจะเห็น new NPL formation ลดลงในไตรมาส 4/2568 จากการเก็บหนี้ที่น่าประทับใจ ส่วนใหญ่มาจากการสิ้นสุดตามฤดูกาลของวงจรการปลูกและขายพืชผล ควบคู่ไปกับผลกระทบเชิงบวกบางประการจากมาตรการโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล

หุ้น KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45.00 บาทต่อหุ้น
KTC มีคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมด้วยต้นทุนสินเชื่อที่ลดลง โดยในไตรมาส 3/2568 ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายไว้ที่ 1.44 พันล้านบาท ลดลง 10% YoY และลดลง 5% QoQ ประกอบกับต้นทุนสินเชื่อลดลงจาก 572bp และ NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ 1.8% ทำให้เชื่อว่า KTC จะยังคงดำเนินงานด้วยความระมัดระวังเพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีต่อเนื่อง
หุ้น SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 28.00 บาทต่อหุ้น
ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าพอร์ตสินเชื่อจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น พร้อมกับมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ โดยให้ข้อมูลต้นทุนสินเชื่อปี 2569 ใหม่เป็น 150-180bp (เทียบกับเป้าหมายเดิมที่ 180-200bp สำหรับปี 2569)
หุ้น TIDLOR หรือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 22.00 บาทต่อหุ้น
มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มของธุรกิจในระยะยาว และคาดต้นทุนสินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 4/2568 โดยไม่ได้มีอะไรที่เป็นปัจจัยกังวล ผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทไม่มีความตั้งใจที่จะลดต้นทุนสินเชื่อลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม TIDLOR วางแผนที่จะนำต้นทุนสินเชื่อไปสู่ระดับที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ ยังให้ข้อมูลว่าต้นทุนสินเชื่อปี 2569 จะค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปีนี้
ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.25% ในไตรมาส 4 ของปี 2568 และในไตรมาส 1 ปี 2569 ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับลดลงอีกครั้งไปอยู่ที่ 1.00% โดยได้รวมตัวเลขเหล่านี้ไว้ในสมมติฐานแล้ว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘รมว.คลัง’ ย้ำชัด!! คนกลุ่มนี้หมดสิทธิ์ ‘คนละครึ่งพลัสเฟส 2’
- ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. ฟื้นตัวต่อเนื่อง ‘คนละครึ่งพลัส-ท่องเที่ยว’ ช่วยหนุน
- ‘ปลัดคลัง’ คอนเฟิร์ม!! คนละครึ่งพลัสเฟส 2 มาก่อนยุบสภาแน่นอน!!
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg