“บล.โกลเบล็ก” คาดหุ้นสัปดาห์นี้แกว่ง 1,220-1,280 จุด แนะเก็งกำไร 4 หุ้นเด่น “กลุ่มส่งออกไก่” รับอานิสงส์ส่งออกเดือน ต.ค. โต!
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวแบบ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซียจะหารือเกี่ยวกับแผนสันติภาพในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไม่มีแรงหนุนใหม่เข้ามาเสริมตลาด จึงคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ที่ 1,220-1,280 จุด

สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ โดยแบ่งเป็นปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย ได้แก่ FedWatch Tool บ่งชี้ว่ามีโอกาสเกือบ 83% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ในสัปดาห์หน้า สำหรับปัจจัยบวกในประเทศมาจากการที่ ธปท. เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือน ต.ค. 68 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ด้านอุปสงค์ปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวด ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนปัจจัยลบที่น่าจับตา ได้แก่ ภาพรวมเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีการแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างมาเลเซียและสหรัฐ โดยระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการค้าระดับโลกหรือความร่วมมือในภูมิภาค และไม่ควรกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน
ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่าอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านบาท จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เนื่องจากกระทบทั้งภาวะตลาดในระยะใกล้และภาพลักษณ์ประเทศไทยในภาพรวม นอกจากนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวเลขผลกระทบ SME โดนน้ำท่วมสูญ 1,500 ล้านบาทต่อวันและหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน ตัวเลขรวมอาจแตะ 10,000-15,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ
- สัปดาห์ที่ 4 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
- วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งสุดท้ายของปี 2568
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ
- วันที่ 1 ธ.ค. ญี่ปุ่น รายงานการใช้จ่ายด้านทุนในไตรมาส 3/2568,จีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ย.,อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ย.,สหรัฐ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ย. ดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ย. และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค.
- วันที่ 2 ธ.ค. ญี่ปุ่น รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย., อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือนต.ค.
- วันที่ 3 ธ.ค. สหรัฐ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย. ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีภาคบริการเดือนพ.ย.
- วันที่ 9-10 ธ.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ครั้งสุดท้ายของปี 2568

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเชิงบวก สินค้าส่งออกหลักในเดือนตุลาคม ได้แก่ เนื้อไก่สดแช่แข็ง และ อาหารสัตว์เลี้ยง ที่ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่ GFPT, TFG, ITC และ AAI ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจส่งออกอาหารไทย ที่ยังคงมีโอกาสเติบโตแม้เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตลาดหุ้นปลายปี เริ่มส่งสัญญาณ ‘เงียบผิดปกติ’ เฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่
- หุ้น TECH สะดุดแรง ฉุดตลาดผันผวน จับตาเงินอาจหมุนเข้าหุ้นท่องเที่ยวไทย
- วิเคราะห์หุ้น AMATA กำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 10 ปี
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg