Stock

BEM กำไรไตรมาส 3 ทะลุ 1 พันล้าน นักวิเคราะห์มอง 2 ปัจจัยบวก

BEM กำไรไตรมาส 3/68 ทะลุ 1 พันล้านบาท ลุ้นสัมปทานทางด่วนยกระดับ หนุนอัพไซด์ 7-8%  บล. บัวหลวง มอง 2 ปัจจัยบวกหนุนหุ้น BEM

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ออกมาเติบโตตามคาดสำหรับ BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่รายงานกำไรสุทธิ 1,079 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ)

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อและการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้รวมจากการให้บริการอยู่ที่ 4,319 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความเสถียรภาพของธุรกิจทั้งระบบราง ทางพิเศษ และการพัฒนาเชิงพาณิชย์

สำหรับธุรกิจทางพิเศษ มีรายได้ 2,242 ล้านบาท โดยมีปริมาณรถที่ใช้ทางพิเศษไตรมาสนี้เฉลี่ย 1.10 ล้านเที่ยวต่อวัน  ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของระบบทางพิเศษในการรองรับการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนธุรกิจระบบราง มีรายได้ 1,771 ล้านบาท มีผู้โดยสารในวันทำการเฉลี่ยกว่า 505,400 เที่ยวต่อวัน และรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ มีรายได้ 306 ล้านบาท 

BEM

ด้านมุมมองจากนักวิเคราะห์ ระบุว่า ทิศทางการลงทุนหุ้น BEM ระยะสั้นยังไม่น่าตื่นเต้น แต่มีความหวังมากว่าจะได้สัมปทานทางด่วนยกระดับในช่วงปลายปีนี้ โดยบทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ เปิดเผยว่าเนื่องจากรายได้จากธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบรางช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 ทรงตัวที่ 1.17 หมื่นล้านบาท แต่รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์กลับลดลง 1.6% ในขณะที่ส่วน Gross Profit รวม 9 เดือน ดีขึ้นเล็กน้อยที่ 44% หลักๆ มาจากธุรกิจระบบรา

ส่วนรายจ่ายด้านการบริหารทรงตัวที่ 922 ล้านบาท แต่ต้นทุนการเงินลดลง 5.6% เหลือ 1.7 พันล้านบาท ทำให้กำไร 9 เดือน 2568 คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปีของนักวิเคราะห์ แต่ประเมินว่ากำไรไตรมาส 4/68F ไปจนถึงไตรมาส 1/2569 ไม่น่าตื่นเต้น เพราะมักเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ BEM

แต่อย่างไรก็ตาม BEM มีหวังสูงที่จะได้สัมปทานทางด่วนยกระดับโครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท จะมีการลงนามภายในสิ้นปี 2568 หรือต้นปี 2569 พร้อมการแก้ไขสัญญาขยายอายุสัมปทานทางพิเศษ และรูปแบบการแบ่งสัดส่วนรายได้ เพื่อแลกกับการปรับอัตราค่าทางพิเศษเฉลี่ยไม่เกิน 50 บาทต่อเที่ยว สำหรับโครงข่ายวงแหวนชั้นใน

มองว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้กับ BEM ดังนั้น จึงประเมินอัพไซด์คร่าวๆ ราว 7-8% ต่อรายได้ระยะสั้นของบริษัท ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวจะถูกเปิดเผยเมื่อโครงการได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการแล้ว

BEM

บล. เคจีไอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” BEM ราคาเป้าหมายที่ 7.50 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วยธุรกิจหลัก 5.35 บาท และอีก 0.80 บาท จากการลงทุนใน TTW และ CKP บวกกับ 1.35 บาท จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ส่วนมุมมอง บล. บัวหลวง มี 2 ปัจจัยบวกที่จะหนุนหุ้น BEM คือ 1. คาดปริมาณการการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าปี 2569 จะเติบโตสอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย 2.คาดจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะเติบโตก้าวกระโดดอีกครั้งเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดดาเนินการ (ส่วนตะวันออกจะเปิดต้นปี 2571, ส่วนตะวันตกจะเปิดกลางปี 2573)

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโต YoY ของกำไรหลักช่วงไตรมาส 4/2568 และแนวโน้มกำไรที่มั่นคงในระยะยาว น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.30 บาทต่อหุ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน