Stock

โอกาสลงทุน 7 หุ้นโรงไฟฟ้า พร้อมรับธีม AI ใช้ไฟฟ้ามหาศาล

 ส่องโอกาสลงทุน 7 หุ้นโรงไฟฟ้า พร้อมรับธีม AI ใช้ไฟฟ้ามหาศาล

กระแสการเติบโตของอุตสาหกรรม Artificial Intelligence (AI) ที่เร่งตัวทั่วโลก ไม่ได้เพียงแต่สร้างโอกาสในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อดีมานด์พลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก โดยเฉพาะจาก Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI สำหรับเป็นศูนย์ข้อมูลต่างๆ

จะเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft, Google, Amazon, Nvidia หรือแม้แต่ Meta ต่างเร่งขยาย Data Center เพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่ต้องใช้พลังงานสูงกว่าระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายเท่า จนหลายประเทศเริ่มจับตาว่าความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก

หุ้นโรงไฟฟ้า

เช่นกันกับประเทศไทยที่กระแสการลงทุนใน AI Infrastructure และ Data Center เริ่มชัดเจนขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Power Plant) กลับมาถูกจับตามองอีกครั้งในฐานะผู้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่กำลังมาถึง

หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจในช่วงนี้จึงอยู่ที่ธีมการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากเราเริ่มเห็นเทรนด์นี้ตามตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่นักลงทุนเริ่มหมุมเม็ดเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยี AI ที่ P/E สูงแล้ว สลับมาซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าที่เป็นตัวแทนกลุ่ม Defensive มูลค่ายังไม่แพง

สะท้อนได้จากช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าดัชนี S&P500 UTILITIES เป็น SECTOR ที่ปรับตัวขึ้นแรงสุด 10.4% ชนะ S&P500 ที่ปรับตัวขึ้นมา 2.8% (ที่มา: FINVIZ, TRADINGVIEW, สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ข้อมูล ณ วันที่ 8 ต.ค. 2568)

บล. เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส ได้ออกคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟ้าในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการแนะนำหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ Upside สูง ประกอบกับมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวอื่นๆ เช่น เงินปันผล, แนวโน้มกำไรไตรมาส 3  การเก็งกำไรของการเข้าคำนวณในดัชนี SET100 เป็นต้น

1. BPP: บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

มีปัจจัยบวกจากการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรเพราะ BPP มีโอกาสเข้า SET100 รอบครึ่งปีแรก 2569

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.5% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 102.6%

2. RATCH: บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.0% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 9.4%

3. EGCO: บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.5% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 33.9%

4. BCPG: บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 5.2% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ -26.9%

5. BGRIM: บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 2.7% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 3.2%

6. GPSC: บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 2.1% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 19.5%

7. GULF: บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 1.9% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 25.2%

หุ้นโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่หุ้นไทยค่อยๆ เดินตามหุ้นโลก หลังสภาพคล่องส่วนเกินล้นระบบ พร้อมกับแรงกดดันทางการเมืองไทยและต่างประเทศลดลง สอดคล้องกับข้อมูล Correlation คร่อมช่วงข้อมูลทุกๆ 1 เดือน ในระยะ 2 ปี ระหว่าง SET กับ MSCI ACWI ในภาวะปกติมีค่าความสัมพันธ์สูงถึง 0.4 – 0.6 แต่ถ้ามีเหตุการณ์เฉพาะตัวกดดันช่วงนั้นระดับความสัมพันธ์ก็จะลดลงอย่างมีนัย เพราะฉะนั้น จึงมองว่าเมื่อเหตุการณ์กลับมาปกติจะหนุนให้ช่วงไตรมาส 4/2568 เม็ดเงินมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยที่มีธีมตามกระแสโลกมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน