เปิดกำไร 3 หุ้นแบงก์ยักษ์ใหญ่ SCB – KBANK – BBL งวด 9 เดือนใครโตที่สุด
ประกาศออกมาแล้วสำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2568 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันนี้เราได้รวบรวมภาพรวมของธนาคารชั้น 3 แห่ง ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ทางการตลาดสูงที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่
1. SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ 441,091 ล้านบาท
2. KBANK: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ 409,893 ล้านบาท
3. BBL: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มูลค่าหลักทรัพย์ 293,007 ล้านบาท
สรุปแต่ละธนาคารมาให้ชัด ๆ ว่ากำไรเท่าไหร่ เติบโตหรือชะลอตัวจากธุรกิจกลุ่มไหน แล้วมีมุมมองต่อทิศทางการลงทุนในอนาคตอย่างไร ซึ่งสามารถสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศได้เป็นอย่างดี

เอสซีบี เอกซ์ กำไรพุ่ง 15.8% จากการลงทุน
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ยานแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 37,344 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 15.8% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ไปในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567
จะเห็นว่า SCB สามารถมีกำไรเติบโตได้ แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ด้วยผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการเติบโตของสินเชื่อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันยังคุมเข้มคุณภาพของสินเชื่อ
ในขณะที่กลยุทธ์ช่วงที่เหลือของปี 2568 ผู้บริหารมองว่ายังต้องเผชิญกับความท้าทาย ดังนั้น จึงต้องเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกในการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการคุมต้นทุน ปรับการทำงานภายในด้วย AI และนวัตกรรม พร้อมกับการเน้นนโยบายบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
กสิกรไทย ตั้งสำรองลดลงเหลือ 30,047 ล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 39,287 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าเป็นการเติบโตเล็กน้อย เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 104,239 ล้านบาท ลดลง 6.94% ตามเงินให้สินเชื่อที่ชะลอ และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงมาเหลือ 3.31%
แต่ฝั่งที่ยังคงโดดเด่น คือ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 42,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.80% อีกทั้ง ยังมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 30,047 ล้านบาท ลดลง 14.17% จากช่วงปีก่อน
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจช่วงที่เหลือของปี 2568 มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ กระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนภาคเอกชนที่ยังซบเซา รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากประเด็นความเชื่อมั่น เม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐมีจำกัด คาดว่าจะเห็นผลบางส่วนภายในปีนี้ ดังนั้นจึงยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

ธนาคารกรุงเทพ กำไรแตะ 38,247 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 38,247 ล้านบาท เติบโต 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการสินทรัพย์และกระจายแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย
ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 94,364 ล้านบาท ลดลง 5.6% โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.81% เป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่ยังมีปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 43,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4% จากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน
ทั้งนี้ มองว่าว่าโดยรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก มาตรการภาษีของสหรัฐ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายใน ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังคงเปราะบาง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กสิกรไทย แจ้งผลประกอบการ 9 เดือน ปี 68 กำไร 39,287 ล้าน
- ‘เคทีซี’ โชว์กำไร 9 เดือน 5,707 ล้านบาท ลุยดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม
- วิเคราะห์ไตรมาส 3 หุ้นTTW ธุรกิจน้ำประปายังโตได้แค่ไหน ?
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg