ส่องงบหุ้นอสังหาฯ กำไรถึงเวลาฟื้นหรือยัง? กับเทรนด์การซื้อขายที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของคนไทย
Earning Season ของการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 กำลังจะมาถึงโดยกลุ่มที่ถูกจับตามองมาอย่างต่อเนื่องก็คือ “อสังหาริมทรัพย์” เพราะช่วงหลายปีมานี้ หุ้นอสังหาฯ ไทย เจอกับความท้าทายรอบด้าน ซึ่งกดดันผลกำไรมาโดยตลอด
ประเด็นหลักๆ ที่เป็นความเสี่ยง อาทิ กำลังซื้อที่อ่อนแอของคนในประเทศ เทรนด์การซื้อขายที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของคนไทย อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้น ตลอดจนกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแอ

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ได้ออกมุมมองการลงทุนโดยคาดการณ์งบช่วง 9 เดือนปี 2568 ของ 10 หุ้นอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ดังนี้
1. ANAN คาด 9 เดือน ขาดทุน ( 3 ล้านบาท)
2. AP คาด 9 เดือน มีกำไร 2,970 ล้านบาท ลดลง 20%
3. LH คาด 9 เดือน มีกำไร 2,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
4. LPN คาด 9 เดือน มีกำไร 58 ล้านบาท ลดลง 74%
5. ORI คาด 9 เดือน มีกำไร 831 ล้านบาท ลดลง 37%
6. PSH คาด 9 เดือน มีกำไร 160 ล้านบาท ลดลง 79%
7. QH คาด 9 เดือน มีกำไร 1,106 ล้านบาท ลดลง 34%
8. SC คาด 9 เดือน มีกำไร 961 ล้านบาท ลดลง 21%
9. SIRI คาด 9 เดือน มีกำไร 3,078 ล้านบาท ลดลง 23%
10. SPALI คาด 9 เดือน มีกำไร 2,709 ล้านบาท ลดลง 36%
มุมมองเชิงกลยุทธ์ บล. กรุงศรี แนะนำให้ Selective Buy ในบางบริษัท โดยเลือก AP เป็น Top Pick เด่นสุดในช่วงครึ่งหลังปี เนื่องจาก Backlog ปีนี้ที่มีรอโอนจำนวนมาก ทั้งฝั่ง Low-Rise และคอนโด รวมถึงเป็น Segment กลาง-กลางบนที่กำลังซื้อดีกว่ากลุ่มอื่นๆ
รวมทั้ง SIRI เป็นอีกหนึ่ง Top Pick เพราะราคาหุ้นยัง Laggard ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการเป็น First Mover ทั้งด้าน Product Sesign จับเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนแปลง ทำให้คาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรที่โดดเด่นได้ก่อนบริษัทอื่น หากสถานการณ์ตลาดเริ่มกลับมา

อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาฯ ของไทยในภาพรวมยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ด้วยยอด Presale ไตรมาส 3/2568 ที่หดตัวลงเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน คาดว่าจะอยู่ที่ 5.42 หมื่นล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กลุ่มคอนโดลดลงมากกว่าแนวราบ เป็นผลต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง
สำหรับช่วง 9 เดือน 2568 ยอด Presale อยู่ที่ 1.55 แสนล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 59% ของเป้า presale ทั้งปี 2568 ที 2.63 แสนล้านบาท ฝ่ายวิเคราะห์คาดมี downside ราว 20% มาที่ 2.12 แสนล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อน
นอกจากนี้ แนะนำนักลงทุนให้จับตาแรงกดดันหลักที่มาจาก 1. กำลังซื้อชะลอลง 2. cancellation rate rejection rate ที่สูง 3. การแข่งขันด้านราคาที่ยังมาก กดดัน GPM และ NPM ให้ยังต่ำกว่าปกติ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่อง 10 อันดับหุ้นยักษ์ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย DELTA ครองแชมป์
- ส่องหุ้นเด่นรับอานิสงส์โครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’
- ‘กูรูหุ้นไทย’ มอง ‘แพทองธาร’ พ้นเก้าอี้นายกฯ ไม่เหนือความคาดหมาย ห่วงแค่ยุบสภา!
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg