Stock

รู้จัก 10 หุ้น SET50 ปันผลสูงเกิน 4% ต่อปี

รู้จัก 10 หุ้น SET50 หุ้นปันผลสูงเกิน 4% ต่อปี ราคายัง Laggard คือเทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี  

ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มกลับมาให้ความสนใจกับ “หุ้นปันผล” ให้รายได้สม่ำเสมอและมีพื้นฐานธุรกิจมั่นคง

ล่าสุดบทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย (KSecurities) ได้คัดเลือก 10 หุ้นในดัชนี SET50 ที่ให้ปันผลมากกว่า 4% ต่อปี  ราคายัง Laggard คือเทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยทั้งหมดได้รับคำแนะนำ Outperform จากฝ่ายวิจัยการลงทุนด้วย ทำให้หุ้นชุดนี้มีจุดเด่นที่ กระแสเงินสดแข็งแรง กำไรต่อเนื่อง และฐานะการเงินมั่นคง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของหุ้นปันผลระยะยาว

หุ้นปันผลสูง

หุ้นปันผลสูง เกิน 4% ต่อปี

1. ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 7.2%

TTB เป็นหุ้นที่ให้ปันผลสูงสุดในลิสต์ โดยได้รับแรงหนุนจากการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีวินัย การลดต้นทุนทางการเงิน และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่ากำไรจะเติบโตจากสินเชื่อรายย่อยและธุรกิจประกันภัยร่วม

2. บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 6.4%

บริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในธุรกิจอื่นๆ และมีรายได้หลักจากเงินลงทุน รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มธนชาต จุดแข็งคือฐานทุนแข็งแรง กำไรสม่ำเสมอ และมีโอกาสเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลได้ในอนาคต

3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 6.3%

PTT ยังคงเป็นหุ้นพลังงานหลักของประเทศ ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง และรายได้จากธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำที่กระจายตัวดี ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ช่วยเสริมแนวโน้มระยะยาว

4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 6.2%

มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง และกำไรจากต่างประเทศกลับมาเป็นบวก โดยเฉพาะธุรกิจในจีนและเวียดนาม อีกทั้งยังได้อานิสงส์จากราคาหมูและไก่ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นในปีนี้

5. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 5.6%

หุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีรายได้มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟระยะยาว (PPA) ทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงถูกคัดเข้ามาเป็นหุ้นปันผลสม่ำเสมอที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เน้นรายได้ระยะยาว

หุ้นปันผลสูง

6. บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 5.4%

WHA เป็นผู้นำด้านนิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในไทย ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการขยายของโครงการในเขต EEC ซึ่งช่วยหนุนยอดขายที่ดินและรายได้จากบริการสาธารณูปโภคให้เติบโตต่อเนื่อง

7. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 5.2%

มีแนวโน้มฟื้นตัวตามค่าการกลั่นน้ำมันที่ปรับขึ้นและความต้องการพลังงานในภูมิภาค

8. บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 4.8%

เป็นหุ้นค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านที่มีโมเดลธุรกิจแข็งแกร่ง มีกำไรต่อเนื่อง และสามารถขยายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปันผลสม่ำเสมอทุกปี

9. บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 4.8%

ด้วยการมีฐานลูกค้ารายย่อยขนาดใหญ่และช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม โดยรายได้ประกันชีวิตเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถจ่ายปันผลได้ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

10. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC

Dividend Yield ปี 2568 ที่ระดับ 4.7%

เป็นผู้นำตลาดโทรคมนาคมของไทยที่มีรายได้จากทั้งมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัล ขณะที่กำไรยังเติบโตจากการควบรวมกับ 3BB และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 5G

มุมมองเชิงกลยุทธ์จะเห็นว่าหุ้นทั้ง 10 ตัวมีแนวโน้ม Outperform ตลาดในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยทรงตัวและสภาพคล่องเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น ดังนั้น หุ้นปันผลดี พื้นฐานแข็งแกร่ง ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามในช่วงตลาดแบบนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน