Stock

ภาพใหม่ PTT ‘หุ้นนางฟ้า’ ปันผลสูง จุดแข็งดึงดูดเม็ดเงินนักลงทุน

ภาพใหม่ PTT “หุ้นนางฟ้า” ปันผลสูง จุดแข็งดึงดูดเม็ดเงินนักลงทุน ผู้บริหาร ระบุว่าบริษัทตั้งใจ สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ แต่จุดแข็งที่ตลาดหุ้นไทยมีเหนือกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค คือการจ่ายปันผลที่สูง ทั้งในแง่ของ Dividend Yied และจำนวนเงินที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน ทั้งนี้ ข้อมูลตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค. 2568 หุ้นใน SET และ mai จ่ายปันผลรวมกันถึง 499,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน (YoY)

PTT

หมวดธุรกิจที่มีการจ่ายเงินปันผลมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. หมวดธนาคาร จำนวน 140,878 ล้านบาท

2. หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค จำนวน 105,873 ล้านบาท

3. หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำนวน 70,936 ล้านบาท

จะเห็นว่าอันดับหนึ่งของหุ้นที่จ่ายปันผลเด่นยังคงเป็นกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นปกติของธรรมชาติธุรกิจที่มีเงินสดในมือจำนวนมาก แต่จุดที่น่าสนใจนั่นคือกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่ขยับขึ้นมาเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลได้ดีไม่ต่างกัน แน่นอนว่าส่วนสำคัญมาจากกลุ่มปตท. (PTT) ที่ยังคงรักษาเสน่ห์และความมั่นใจให้นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ปตท. ภายใต้การบริหารงานหัวเรือใหญ่ซีอีโอ อย่าง ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทำให้เวลานี้หลายคนหันมาขนานนาม PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่าเป็น “หุ้นนางฟ้าเมืองไทย” ด้วยจุดแข็งด้านการจ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับสูง ประกอบกับฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และบทบาทสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ยิ่งทำให้หุ้นตัวนี้เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน

PTT

บทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย คาดการณ์เงินปันผลของ PTT ในปี 2568 อยู่ที่ 2.1 บาทต่อหุ้น ทรงตัว YoY โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) ที่ 6.7% อย่างไรก็ตาม มองว่ามีโอกาสที่บริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นทุกปี เนื่องจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศบางส่วนได้ขอให้ PTT เพิ่มอัตราตอบแทนเงินปันผลเป็น 8-9% ต่อปี เพื่อให้กลายเป็นหุ้นปันผลอย่างแท้จริง

แต่ผู้บริหาร PTT ระบุว่าบริษัทตั้งใจที่จะสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ดังนั้น จึงคาดว่า PTT มีโอกาสที่จะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.8 บาทต่อหุ้น ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ได้ร่วม Group of companies พร้อมสรุปไฮไลท์จากการเยี่ยมชมกิจการของกลุ่ม PTT ว่า กลุ่มบริษัทจะสรุปรายชื่อพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ภายในสิ้นปี 2568 ธุรกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นการออกหุ้นสามัญใหม่โดยบริษัทย่อยในกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น (P&R) ซึ่งปตท. ตั้งใจจะลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยเหล่านี้ แต่จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อยู่

ดังนั้น PTT จะไม่มีการปรับมูลค่ายุติธรรมจากธุรกรรมเหล่านี้ (ไม่มีกำไร/ผลขาดทุนพิเศษในงบกำไร/ขาดทุน) โดยการเพิ่มทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทย่อยเหล่านี้

ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว PTTGC ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยมียอดจองซื้อเกินกว่าเป้าหมายที่ 8 เท่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap) จากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่

บทวิเคราะห์ บล. โกลเบล็ก เปิดเผย แนวโน้มการลงทุนสำหรับ PTT ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย เชื่อว่าภาวะที่เลวร้ายที่สุดสำหรับธุรกิจก๊าซของกลุ่มได้สะท้อนไปในราคาแล้ว แต่โอกาสขาขึ้นยังคงจำกัด เนื่องจากความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น

PTT

ด้านธุรกิจไฮโดรเจน ยังไม่เป็นเครื่องยนต์หลัก แม้ไฮโดรเจนจะเป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์ และเป็นช่องทางเติบโตในระยะยาวสำหรับ PTT ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่ยังไม่น่าจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตในระยะใกล้ เนื่องจากมีต้นทุนสูง เทคโนโลยียังไม่สมบูรณ์ อุปสรรคด้านกฎระเบียบ ทำให้การค้าในเชิงพาณิชย์จะมีความคืบหน้าอย่างช้าๆ

แต่ทางด้าน บทวิเคราะห์ บล. บัวหลวง มองว่า ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของ PTT รวมทั้งอัพไซด์ต่อประมาณการกาไรจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ น่าจะหนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและหนุนให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTT ราคาเป้าหมาย 36 บาทต่อหุ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน