Stock

แกะรอยธุรกิจ PTT จากวงประชุมนักวิเคราะห์

สรุปมุมมองปตท. จากประชุมนักวิเคราะห์ เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Asset Monetization ลดค่าใช้จ่ายคงที่ เพิ่ม EBITDA 3 หมื่นล้าน เจรจาภาครัฐปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ไตรมาส 3 บันทึกกำไรพิเศษ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTT เพิ่งจัดการประชุมนักวิเคราะห์เพื่อรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ของปี 2568 เสร็จสิ้นไป โดยมีประเด็นที่น่าสนใจหลายด้านที่น่าจะส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น และแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

บทความนี้เราจึงรวบรวมความคิดเห็นของนักวิเคราะห์จากบล. ชั้นนำ ได้แก่ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์, บล. เคจีไอ, บล. กสิกรไทย, บล. กรุงศรี และ บล. ฟิลลิป โดยคัดเฉพาะมุมมองสำคัญมาฝากกัน

เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Asset Monetization

PTT ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Asset Monetization เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนของบริษัท โดยจะเน้นลงทุนใน Core Business รวมถึงหาพันธมิตร  ความคืบหน้าเกี่ยวกับการลดสัดส่วนในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี TOP, IRPC, PTTGC ปัจจุบันอยู่ระหว่าง การเปิดรับข้อเสนอและตั้งเป้าได้ Shortlist ภายในสิ้นปี 2568 จะดำเนินการดีลแล้วเสร็จในสิ้นปี 2569 ย้ำว่าบริษัทจะยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และพิจารณาพันธมิตรที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้แต่ละบริษัทได้

ตั้งเป้าเงินสดที่จะได้จากการขายสินทรัพย์ปี 2568 ราว 3.8 หมื่นล้านบาท และปี 2569 อีกประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท ทั้งสินทรัพย์โรงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจ EV ครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภท ได้แก่ ท่อส่งก๊าซ ถังเก็บน้ำมัน ท่าเรือ และสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อเพิ่ม ROIC อีก 5-10%

ปตท.

มุ่งลดค่าใช้จ่ายคงที่ เพิ่ม EBITDA 30,000 ล้านบาท

ภายใน 2570 บริษัทมีแผนมุ่งลดค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) เพื่อเพิ่ม EBITDA ราว 30,000 ล้านบาท โดยมาจากการ Optimized Asset การลดค่าใช้จ่ายทางการเงินผ่าน Group Funding และการลงทุนร่วมกันของทั้งเครือบริษัทเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและลดความซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัทสามารถลดต้นทุนได้แล้วราว 4,700 ล้านบาท จากเป้าหมายจำนวน 10,000 ล้านบาทของปีนี้

เจรจาภาครัฐปรับโครงสร้างราคาก๊าซ

PTT ระบุว่าอยู่ระหว่างเจรจากับภาครัฐ ในการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ โดยผู้บริหารคาดว่าธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีแนวโน้มปรับมาใช้รูปแบบการคิดผลตอบแทนแบบเดียวกับธุรกิจโรงไฟฟ้า จะได้ผลตอบแทนดีขึ้น เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่ต้องเป็นผู้รับภาระ Pool Gas Price โดยไม่สามารถส่งผ่านราคาไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด

ไตรมาส 3 บันทึกกำไรพิเศษ

คาดว่ากําไรในไตรมาส 3/2568 จะเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากจะมีการบันทึกกําไรพิเศษประมาณ 8 พันล้านบาท จากการขายหุ้นไม่เกิน 2% ใน Lotus Pharmaceutical ที่ไต้หวันในเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้ คาดว่าส่วนแบ่งกําไรจาก PTTEP จะเพิ่มขึ้นจากการที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้น 5% QoQ เป็น 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่จะไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่ 8.7 พันล้านบาทจาก PTTGC, TOP และ IRPC เหมือนในไตรมาส 2/2568

ลุ้นปันผล 0.9 บาท

คาดว่า PTT จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไม่น้อยกว่า 0.9 บาทต่อหุ้น ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของ 2568 ซึ่งสูงกว่า 0.8 บาทต่อหุ้น ในปีก่อนเล็กน้อย และจะจ่ายเงินปันผล 2.1-2.2 บาทต่อหุ้น สำหรับทั้งปี 2568

PTT มีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปเป็นหุ้นปันผล เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมมีความไม่แน่นอนสูง PTT จึงเน้นการลดค่าใช้จ่ายและงบประมาณลงทุนพร้อมกับให้ความสำคัญ กับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นผ่านอัตราตอบแทนเงินปันผลที่มั่นคงประมาณ 6-7% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ปตท.

ระยะยาวบริษัทมีกระแสเงินสดมากขึ้น

จะเห็นว่าภาพรวมมุมมองของนักวิเคราะห์ต่อหุ้น PTT เป็น Slightly Positive ต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยมองว่าในระยะยาวจะทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดมากขึ้น หนุนการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนน้อยลง จะส่งบวกต่อพื้นฐานธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ประกอบกับจุดมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน PTT จะให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยจะจำกัดการลงทุนใหม่และดำเนินการอย่างระมัดระวัง

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน