Stock

​ครม. อนุมัติ สพพ. ออกพันธบัตรเพื่อสังคม 1,000 ล้านใช้ปรับโครงสร้างหนี้

​ครม. มีมติให้ความเห็นชอบให้ สพพ. ดำเนินการกู้ยืมเงินโดยการออกพันธบัตรเพื่อสังคมเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของ สพพ. วงเงิน 1,000 ล้านบาท 

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ดำเนินการกู้ยืมเงินโดยการออกพันธบัตรเพื่อสังคมเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของ สพพ. วงเงิน 1,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ

พันธบัตรเพื่อสังคม

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง รายงานว่า ที่ผ่านมา สพพ. ได้ดำเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ 1. โครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) ช่วงครกข้าวดอ-บ้านโนนสะหวัน-สานะคาม-บ้านวัง-บ้านน้ำสัง และ 2. โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)

นอกจากนี้ จากการที่ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะมีการปรับลดลง จึงเห็นควรให้มีการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ระยะสั้นของ สพพ. โดยการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) เพื่อให้ สพพ. ได้รับต้นทุนที่เหมาะสม รวมถึงเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความไม่สอดคล้องของอายุเงินที่ สพพ. กู้และอายุเงินที่ สพพ. ปล่อยกู้ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนเป็นการลดความผันผวนของต้นทุนในระยะยาว โดย สพพ. เตรียมการที่จะออกพันธบัตรเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569

ขณะที่ คณะกรรมการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (คพพ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2567 มีมติเห็นชอบแผนการออกพันธบัตรเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของ สพพ. ประเภทสังคม สำหรับโครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) ช่วงครกข้าวดอ-บ้านโนนสะหวัน-สานะคาม-บ้านวัง-บ้านน้ำสัง สปป.ลาว จำนวน 913.25 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) สปป.ลาว จำนวน 690.03 ล้านบาท รวมวงเงิน 1,603.28 ล้านบาท

สำหรับ Social Bond ภายใต้กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท จะใช้เงินสะสมของ สพพ. ชำระคืนก่อนกำหนดกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) จำนวน 603.28 บาท

R11

เงื่อนไขออกพันธบัตรเพื่อสังคม 

  • วงเงิน 1,000 ล้านบาท
  • วัตถุประสงค์ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ระยะสั้นของ สพพ. โดยการออกพันธบัตรเพื่อสังคม
  • อายุ สอดคล้องกับอายุโครงการที่เหลือและเป็นไปตามสภาวะตลาด (10 ปี)
  • อัตราดอกเบี้ย คงที่ (ร้อยละต่อปี) คาดว่าประมาณ Government Bond Yield Curve 10 ปี บวก Spread ประมาณ บวก 90 bps
  • กลุ่มนักลงทุน นักลงทุนสถาบัน เช่น สถาบันการเงิน กองทุนรัฐบาล บริษัทประกัน เป็นต้น
  • การจัดจำหน่าย แบบเฉพาะเจาะจงให้กับกลุ่มนักลงทุนสถาบันไม่เกิน 10 ราย (Private Placement 10: PP10)
  • การออกตราสารหนี้ ภายในปีงบประมาณ 2569

การพิจารณาออก Social Bond เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของ สพพ. เป็นแนวทางในการบริหารจัดการหนี้ของ สพพ. สำหรับทั้งสองโครงการข้างต้นให้มีอายุเงินกู้ยาวขึ้นและอัตราดอกเบี้ยเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนทางการเงินของ สพพ.

นอกจากนี้ ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินของ สพพ. ที่สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ สพพ. และยกระดับมาตรฐานโครงการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ของ สพพ. ให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ อาจมีขั้นตอนการดำเนินการในการออกพันธบัตร การสอบถาม และการรายงานต่าง ๆ ที่มากกว่าการออกพันธบัตรทั่วไป

ส่วนอัตราผลตอบแทนของ Social Bond ของ สพพ. จะขึ้นอยู่กับอัตราตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ขึ้นกับหลายปัจจัย ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของ Social Bond สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ สพพ. กู้ ธสน. ในอัตรา 2.65% ต่อปี ดังนั้น หาก สพพ. ดำเนินการออกพันธบัตรไม่สำเร็จหรือมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการออก Social Bond ไม่คุ้มค่า สพพ. อาจพิจารณาดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบอื่นแทน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo