Stock

มัดรวมกำไร 11 หุ้นแบงก์ ไตรมาส 2 สูงถึง 6.6 หมื่นล้านบาท

มัดรวมกำไร 11 หุ้นแบงก์ ไตรมาส 2 สูงถึง 6.6 หมื่นล้าน “KKP” โตแรงสุด

อุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ไทยกลับสามารถปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งในแง่ของการบริหารสินทรัพย์ การตั้งสำรองรับความเสี่ยง และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่ากำไรของหุ้นธนาคาร ไม่ได้เกิดจากเพียงแค่ทิศทางดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังเกิดจากความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีชั้นเชิง และจะเห็นว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2568 ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งดังกล่าว จากการที่ธนาคารไทยส่วนใหญ่ยังสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้อย่างมั่นคง บางแห่งสร้างการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งบทความนี้ได้สรุปรายละเอียดมาฝากแล้ว

ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/2568 พบว่า 11 หุ้นแบงก์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำกำไรรวมกันที่ 66,239 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่กำไรของธนาคารพาณิชย์ก็ยังคงทรงตัวดี

หุ้นแบงก์

โดยเฉพาะเหล่าธนาคารขนาดใหญ่ เช่น SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), KBANK: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), BBL: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ KTB: ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่กำไรทะลุเกินระดับ 10,000 ล้านบาท

ในขณะที่ KKP: ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารที่เหนือความคาดหมาย คือการมีกำไรเติบโตกว่า 83% ในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 1,409 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 769 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหนุนมาจากการบริหารคุณภาพสินเชื่อที่ทำมาต่อเนื่อง ผลขาดทุนด้านเครดิตและผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและค่าบริการสุทธิในระดับที่ดี

สรุปกำไรหุ้นธนาคารไตรมาส 2/68

หุ้นแบงก์

1. SCB กำไร 12,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%
2. KBANK กำไร 12,488 ล้านบาท ลดลง 3%
3. BBL กำไร 11,840 ล้านบาท ทรงตัว 0%
4. KTB กำไร: 11,122 ล้านบาท ลดลง  6%
5. BAY กำไร 8,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  1%

หุ้นแบงก์

6. TTB กำไร 5,004 ล้านบาท ลดลง  7%
7. TISCO กำไร 1,644 ล้านบาท ลดลง  6%
8. KKP กำไร 1,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  83%
9. CREDIT กำไร 925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  13%
10. LHFG กำไร 551 ล้านบาท เพิ่มขึ้น   12%
11. CIMBT กำไร 175 ล้านบาท ลดลง  74%

ทั้งนี้ จะเห็นว่า 3 ธนาคารใหญ่ KBANK, BBL, KTB ผลประกอบการค่อนข้างทรงตัว เพราะดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติในช่วงที่ผ่านมา มีเพียง SCB ที่กำไรเติบโตกว่า 28% หนุนมาจากกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น การตั้งสำรองที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน CIMBT เป็นธนาคารขนาดเล็กที่น่าเป้นห่วงที่สุด เนื่องจากผลกำไรที่ปรับตัวลดลงหนักถึง 74% เหตุผลหลักคือรายการพิเศษ (One-off Items) ที่มีผลกระทบเชิงบัญชี ได้แก่ การปรับวิธีรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate: EIR) และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มเติม (ECL Overlay)

อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจของหุ้นแบงก์ในขณะนี้คงอยู่ที่ “เงินปันผล” ซึ่งปัจจุบันมี Dividend Yied ที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากหลายธนาคารมีนโยบายการจ่ายปันผลที่มากขึ้น รวมถึงผลจากราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาด้วย ทำให้หุ้นแบงก์บางตัวมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 8% เลยทีเดียว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน