สรุปมุมมองลงทุน “ทักษิณ ชิณวัตร” หุ้นแบบไหนได้ประโยชน์
คืนวันที่ (13 ม.ค. 2568) อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ได้ร่วมงานสัมมนาเชิงกลยุทธ์ “Dinner Talk Chat with Tony : Bull Rally of Thai Capital Market” มาร่วมกันเปลี่ยนตลาดหมีเป็นกระทิง โดยให้มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย พร้อมเสนอแนะแนวทางเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากปีนี้ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงถึง 3.3% แล้ว
สำหรับประเด็นที่พูดในงานมีหลากหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น การพูดถึงการพัฒนาธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยกล่าวว่าสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบให้ผู้บริหารบริษัทปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่ดีที่สุดและควบคุมการใช้เงินอย่างโปร่งใส ควบคุม High Frequency Trading ไม่ให้สร้างความผันผวนกับตลาดทุน

พร้อมเสนอแนะให้ดำเนินการเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เร่งธุรกิจใหม่ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยผ่าน BOI เช่น กลุ่มที่เข้ามาลงทุนใน Entertainment Complex เป็นต้น นอกจากนี้ สนับสนุนให้บริษัทที่ PBV ต่ำกว่า 1 เท่าซื้อหุ้นคืน และสนับสนุนตลาด Digital Asset และซื้อขาย Carbon มากขึ้น
หากทำได้จะสามารถสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ ในปี 2568 คาดหวังให้ GDP เติบโต 4% เพื่อหนุนให้ SET ปีนี้ทดสอบ 1,800 จุด รวมทั้งสร้าง Trust, Confidence, Sentiment
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล. หยวนต้า ได้สรุปมุมมอง นายทักษิณ ชิณวัตร ต่อตลาดทุนไทยในปัจจุบัน รวมทั้งมองหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแนวคิดดังกล่าว โดยมีประเด็นเกี่ยวกับหุ้นที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ธุรกิจใหม่ที่รัฐบาลจะสนับสนุน คือ Data Center, AI, Stem Cell และส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยา ส่วน Digital Asset จะเริ่ม Sandbox ที่ภูเก็ต โดยให้สามารถใช้ Bitcoin ชำระค่าสินค้าได้ คาดหนุนหุ้น GULF, INTUCH, LTS, INSET, SYMC, MEDEZE และ TMAN
2. มาตรการลดค่าไฟฟ้าจะไม่กระทบโรงไฟฟ้า SPP เหมือนกับที่หลายฝ่ายกังวลกันก่อนหน้านี้ แต่เป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การปิดโรงไฟฟ้าที่ต้นทุนสูง, การลดสวัสดิการค่าไฟฟ้าจากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานท้องถิ่น และการลดค่าผ่านท่อก๊าซ เป็นต้น คาดจะได้เห็นแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า
3. Entertainment Complex คาดว่าจะมีเงินลงทุนราว 5 แสนล้านบาท โดยมองว่ากฎหมายเรื่องพนันออนไลน์ จะทำให้ธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดิน และควบคุมการเล่นได้ คาดว่าจะเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมได้เพิ่มขึ้นอีกราวปีละ 1.3 แสนล้านบาท ถือเป็นบวกต่อหุ้น VGI, BTS และ MBK

4. รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยการตั้ง Infrastructure Fund จะเริ่มได้ในเดือนตุลาคมนี้ มองเป็นบวกต่อหุ้น BTS และ BEM
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงเรื่องภาษี Global Minimum Tax ที่ให้เก็บ 15% ไปก่อน แล้วให้ BOI หามาตรการเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้การลงทุนในประเทศไทยเกิดประโยชน์สุทธิมากกว่าประเทศอื่น ส่วนภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา กำลังศึกษาเพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยถ้าลดนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา จะต้องไปเพิ่ม Vat โดยจะช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยการใช้ Negative Income Tax
คาดหวังให้เศรษฐกิจไทยสร้างการเติบโตแบบขั้นบันไดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะหนุนให้ Fund Flow กลับมาไหลเข้าตลาดทุนไทย และมีโอกาสหนุนให้ SET Idex กลับมา Outperform ได้อีกครั้ง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน ธ.ค. อยู่ที่ระดับ 78.52 ร่วงลงสู่เกณฑ์ ‘ซบเซา’
- 10 อันดับหุ้นไทยกำไรสูงสุด-ส่องราคาเป้าหมาย
- ทบทวนหุ้น SAPPE ได้จังหวะรีบาวด์แล้วหรือยัง?
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx