Stock

‘เอ็มเค สุกี้’ ไม่โต แข่งขันรุนแรง

“เอ็มเค สุกี้” ไม่โต การแข่งขันรุนแรง ไตรมาส 2 ปี 2567  กำไรเหลือ 401 ล้านบาท ลดลง 12.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมากทีเดียวสำหรับ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น M เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “เอ็มเค สุกี้ – ยาโยอิ” และ “แหลมเจริญ ซีฟู้ด” เพราะกำลังเผชิญกับคู่แข่งทั้งเก่าและใหม่ กำลังซื้อของลูกค้าที่ไม่ได้คึกคักเช่นเดิม ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคซึ่งกำลังเปลี่ยนไป

ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี 2567 พบว่ามีรายได้จากการขายและบริการอยุ่ที่ 4,107 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 401 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับปัจจัยที่กดดันผลงานโดยรวมของ M บริษัทชี้แจงว่าหลัก ๆ มาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง จากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ยอดขายสาขาเดิมได้ปรับลดลงถึง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

เอ็มเค

ส่งผลให้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรก 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 8,053 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และยอดขายสาขาเดิมก็ได้ปรับลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยคิดเป็นกำไรสุทธิ 747 ล้านบาท ลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สัดส่วนรายได้จากแบรนด์ร้านอาหารของ M 

  • เอ็มเค สุกี้ 72%
  • ยาโยอิ 18%
  • แหลมเจริญ ซีฟู้ด 7%
  • อื่น ๆ 3%

บทวิเคราะห์ บล. พาย เปิดเผยว่า ยอดขายที่หดตัวลงของ M เป็นผลจากยอดขายสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น ไม่สามารถชดเชยการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลง 11% ในไตรมาส 2/2567 โดยที่เอ็มเค ลดลง 12% ยาโยอิ ลดลง 11% และแหลมเจริญ ลดลง 7%

นอกจากนี้ บริษัทมีการปิดสาขาร้านอาหารไป 4 แห่ง ในไตรมาส 2/2567 ประกอบด้วย เอ็มเค 2 สาขา แหลมเจริญ 2 สาขา ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมด 702 สาขา

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรของบริษัทจะฟื้นตัวในปี 2568 จากอุตสาหกรรมร้านอาหารที่มีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมา หลังจากปีนี้หดตัวลงไปมาก เพราะกำลังซื้อที่ลดลง พร้อมกับการแข่งขันรุนแรงขึ้น เห็นได้จากยอดขายสาขาเดิมของร้านอาหารที่ไม่ใช่ฟาสต์ฟู้ดในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งอ่อนแรงชัดเจน

mk

ประเมินว่ากำไรสุทธิของ M ในปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 1,450 ล้านบาท ลดลง 14% แต่จะกลับมาฟื้นตัวเป็นประมาณ 1,600 ล้านบาท ในปีหน้า และประมาณ 1,700 ล้านบาท ในปี 2569 ตามยอดขายที่ฟื้นตัวได้อย่างเนื่อง

อีกทั้งคาดว่า บริษัทจะเปิดสาขาสุทธิอย่างน้อย 4 สาขาต่อปี ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป แบ่งเป็นเอ็มเค 1 สาขา ยาโยอิ 1 สาขา และแหลมเจริญ 2 สาขา ซึ่งการเติบโตนี้ จะมาจากการขยายแฟรนไชส์ร้านอาหารแหลมเจริญในต่างประเทศ และการเพิ่มแบรนด์ร้านอาหารผ่านการเข้าซื้อกิจการ

ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น M ราคาพื้นฐานที่ 39 บาทต่อหุ้น คำนวณด้วยวิธีลดเงินสด (DCF) ด้วย WACC 10% และ TG 1.0% เทียบเท่า PE ปี 2568 ที่ 23 เท่า หรือใกล้เคียงค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มร้านอาหาร โดยมองว่า M มีปัจจัยหนุนจากการคาดหวังการฟื้นตัวของ SSSG ในช่วงครึ่งปีหลัง

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน