สรุปกำไรหุ้นไทย ไตรมาส 1/67 พร้อมโพย 5 หุ้นกำไรสูงสุด
ในไตรมาส 1 ปี 2567 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 815 แห่ง รายงานตัวเลขกำไรรวมกันที่ 2.69 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เติบโตสูงกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
จะเห็นว่ากำไรที่ค่อนข้างทรงตัว เพราะว่ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น พลังงาน ธนาคาร การแพทย์ ไม่ได้สร้างการเติบโตที่สูงนัก ส่วนกลุ่มบริษัทที่โตโดดเด่นจะไปอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ การสื่อสาร การเงิน และค้าปลีก เป็นต้น

ส่องฟอร์ม 5 หุ้นกำไรสูงสุดไตรมาส 1/67
รายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรในไตรมาส 1/2567 มากที่สุด 5 อันดับแรก
1. PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
กำไรสุทธิ 28,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.99% จากปีก่อน
2. PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
กำไรสุทธิ 18,682 ล้านบาท ลดลง 3.10% จากปีก่อน
3. KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
กำไรสุทธิ 13,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.55% จากปีก่อน
4. SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
กำไรสุทธิ 11,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.60% จากปีก่อน
5. KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
กำไรสุทธิ 11,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.05% จากปีก่อน

กำไรหุ้นไทยแม้ไม่โตเยอะ แต่ยังดีกว่าคาด
บทวิเคราะห์ บล.ไอร่า เปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2567 เนื่องด้วยส่วนใหญ่ประกาศกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักให้นักวิเคราะห์ทยอยปรับเพิ่มประมาณการ EPS ของ SET Index
ล่าสุด Bloomberg Consensus คาดตลาดหุ้นที่ 93.6 บาทต่อหุ้น ขณะที่มุมมอง บล. ไอร่า ประเมินไว้ที่ระดั 93.0-96.0 บาทต่อหุ้น ซื้อขายอยู่ที่ PE ราว 15.0 เท่า+/- อยู่ที่ระดับ -1 S.D. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ระดับ 18.0 เท่า ทำให้ปัจจุบัน SET Index มี Downside Risk ที่จำกัด
ขณะเดียวกัน ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อสัญญาณของการนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF กลับมาอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้

บล. ยูโอบี เคย์เฮียน เปิดเผยว่า ประเด็นบวกสำคัญของหุ้นไทยอยู่ที่การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาส 3/2567 และการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4/2567 ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และ Digital wallet ที่จะหนุนการปรับเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียน และเป็นสัญญาณที่ยืนยันการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของหุ้นไทยต่อไป
อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ตลาดยังเผชิญกับความผันผวน ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุน โดยยังไม่เห็นปัจจัยลบทางพื้นฐานที่ชัดเจน แต่อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังสำหรับการเก็งกำไรหุ้นที่ยัง Laggards และควรกำหนดจุดตัดขาดทุน และเป้าขายทำกำไร
ทั้งนี้ ประเมินกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยไว้ที่แนวรับระดับ 1,349 – 1,359 จุด และกรอบดัชนีแนวต้านที่ระดับ 1,380 – 1,390 จุด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- การลงทุนมีความเสี่ยง! ส่อง 5 เคล็ดลับวิเคราะห์หุ้น IPO ก่อนลงสนาม
- ตลท. เตือนนักลงทุนพิจารณารอบคอบก่อนเทรดหุ้น NEX หลังราคาดิ่ง 53%
- อัปเดตมุมมองหุ้น ‘GULF’ มีโอกาสอะไรรออยู่?
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg