Stock

OR เปิดผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 67 ‘EBITDA-กำไร’ พุ่งกว่า 100% มุ่งสู่ Data-Driven Organization

OR เปิดผลประกอบการไตรมาสแรก 2567 ปรับตัวดีขึ้น จากไตรมาสก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ มี EBITDA จำนวน 6,173 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เสริมแกร่งศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ มุ่งสู่การเป็น Data-Driven  Organization ควบคู่กับการสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน

วันนี้ (8 พ.ค.) นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสแรกปี 2567 มีกำไรสุทธิ จำนวน 3,723 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนกว่า 100% โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.31 บาท

OR

สำหรับ EBITDA ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 6,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,650 ล้านบาท หรือกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งกลุ่มธุรกิจ Mobility จากภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Global ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรฟื้นตัวในประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอื่น ส่วนภาพรวมของค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง

ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง เดินหน้ารุกธุรกิจสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ ทั้งจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยจะเปิดตัวร้านสาขาแรกในเร็วๆ นี้

OR
ดิษทัต ปันยารชุน

นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำผ่านทาง platform ต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งครอบคลุมทั้งในกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2030 และ Net Zero ปี ค.ศ. 2050

ไม่ว่าจะเป็นการบุกเบิกด้านพลังงานแห่งอนาคตเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านของการใช้พลังงาน การพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งอนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน และการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และการผลักดันให้ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจสู่ความเป็น Green ตลอดทั้งระบบนิเวศน์ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA+” จากทริสเรทติ้ง (TRIS) ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ (Stable) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนความสำเร็จด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่น และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

OR

ในปีนี้ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ซึ่ง บริษัทถือหุ้น 20% ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือขี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แสดงให้เห็นถึงการเติบโต และความสำเร็จของพันธมิตรทางธุรกิจ

โดยใช้ศักยภาพที่ บริษัทมีร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” หรือ “Empowering All toward Inclusive Growth”

ล่าสุด ได้นำระบบ SAP S/4HANA เข้ามาส่งเสริมศักยภาพการทำงานทั้งภายในองค์กร และพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และได้เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Digital Transformation Journey ของบริษัท ที่ช่วยขับเคลื่อนการทำธุรกิจขององค์กรด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ถือเป็นสร้างประวัติศาสตร์ในการนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ SAP ที่รวมฟังก์ชันในการบริหารจัดการธุรกิจพลังงานและค้าปลีกไว้ด้วยกันเข้ามาใช้เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน รองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน

OR

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo