Stock

บอนด์ยิลด์พุ่งสุดรอบ 15 ปี ฉุด ‘ดาวโจนส์’ ลดลง 21.11 จุด

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (17 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ปรับลดลงมาเล็กน้อย 21.11 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจาก “บอนด์ยิลด์” ที่พุ่งสูงขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,744.63 จุด ลดลง 21.11 จุด หรือ 0.06% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,405.96 จุด ขยับขึ้น 1.63 จุด หรือ 0.04% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,452.31 จุด ลดลง 22.31 จุด หรือ 0.17%

ดาวโจนส์

ในช่วงแรกของการซื้อขาย ตลาดยังเคลื่อนไหวในแดนบวก จากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ หลังตลาดปรับตัวลง 2 วันติดต่อกัน และราคาหุ้นของวอลมาร์ท อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกใหญ่ที่สุดในโลก ดีดตัวขึ้น ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ดี ตลาดร่วงลง เพราะแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยิลด์) หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 4.3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี

การดีดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองของสหรัฐ จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดน้อยลง และบริษัทต่าง ๆ จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยในวันนี้ เฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ +12.0 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -10.0 จากระดับ -13.5 ในเดือนกรกฎาคม

ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกมีการขยายตัว โดยเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 1 ปี

ขณะที่ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 11,000 ราย มาอยู่ที่ 239,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 240,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo