ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (10 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ปรับขึ้นมา 105.25 จุด แต่เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ก ลดลงหลังผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น ถ่วงหุ้นเติบโตขนาดใหญ่
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 35,281.40 จุด เพิ่มขึ้น 105.25 จุด หรือ +0.30% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,464.05 จุด ลดลง 4.78 จุด หรือ -0.11% และดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 13,644.85 จุด ลดลง 93.14 จุด หรือ -0.68%

กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคม ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหาร และพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.7% และเมื่อเทียบรายเดือน ปรับตัวขึ้น 0.3% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2%
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.3% และปรับตัวขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2%
แม้บรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่การคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนั้น ลดลงเหลือ 88.5% จาก 90% ก่อนการเปิดเผยดัชนี PPI
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งปรับตัวตามการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นนั้น ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.88%
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรถ่วงหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อความสามารถของบริษัทเหล่านี้ที่จะบรรลุเป้าหมายโครงการด้านการขยายตัว
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้พันธบัตรมีความน่าดึงดูดใจในการลงทุนมากกว่าหุ้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ฟิทช์’ หั่นอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐ ชี้ ‘คลังถดถอย-หนี้จ่อพุ่ง’
- ส่องกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือน ส.ค. ปักหมุด 8 หุ้นเด่น ลุ้นแนวต้าน 1,610 จุด
- ‘ทรีนีตี้’ แนะทิศทางการลงทุนเดือนส.ค. กลุ่ม รพ.หุ้นปลอดภัย-โรงกลั่นเกาะจังหวะสวิงขึ้น