ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (10 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ทะยานขึ้นกว่า 100 จุด หลัง “ดัชนีราคาผู้บริโภค” ต่ำกว่าคาด ทำให้มีความหวังว่า จะช่วยทำให้ “เฟด” ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 35,250.111 จุด ทะยานขึ้น 126.75 จุด หรือ 0.36% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,480.19 จุด บวก 12.48 จุด หรือ 0.28% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,762.21 จุด ขยับขึ้น 40.19 จุด หรือ 0.29%

วันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคม ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี และปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน
กระทรวงแรงงานสหรัฐ ยังเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 21,000 ราย มาอยู่ที่ 248,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 230,000 ราย
ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 231,000 ราย และจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 8,000 ราย มาอยู่ที่ระดั 1.684 ล้านราย
การลดต่ำกว่าคาดของดัชนี CPI และตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่สูงกว่าคาด ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่นักลงทุนหวังว่า จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นั้น FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 19-20 กันยายน และให้น้ำหนักเพียง 9.5% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50-5.75%

ตลาดยังได้ปัจจัยบวก จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยดัชนี CPI โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์จะช่วยเพิ่มกำไรของบริษัทจดทะเบียน ที่มีรายได้จากต่างประเทศ
ส่วนการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยจำนองของสหรัฐ จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการชำระหนี้ของบริษัทต่างๆ ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถเพิ่มการลงทุน และเพิ่มการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ฟิทช์’ หั่นอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐ ชี้ ‘คลังถดถอย-หนี้จ่อพุ่ง’
- ส่องกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือน ส.ค. ปักหมุด 8 หุ้นเด่น ลุ้นแนวต้าน 1,610 จุด
- ‘ทรีนีตี้’ แนะทิศทางการลงทุนเดือนส.ค. กลุ่ม รพ.หุ้นปลอดภัย-โรงกลั่นเกาะจังหวะสวิงขึ้น