Personal Finance

Gold Pulls Back หลังพุ่งแรง 4 วันติด-สถาบันการเงินประเมินฟื้นตัวต่อเนื่อง

Gold Pulls Back หลังพุ่งแรง 4 วันติด นักลงทุนขายทำกำไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนนโยบายการค้า-ตะวันออกกลางตึงเครียด  สถาบันการเงินใหญ่หลายแห่ง ประเมินราคาทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง

ทองคำพักฐานหลังพุ่งแรง 4 วันติด จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความเสี่ยงการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายขึ้นภาษี 15% ของทรัมป์สร้างความสับสนต่อตลาด และอาจกระทบข้อตกลงการค้ากับคู่ค้าเดิม ปัจจัยหนุนระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ความเสี่ยงตะวันออกกลาง ความกังวลต่อ Fed และการลดบทบาทพันธบัตร ระยะสั้นทองมีแนวโน้มแกว่งตัวปรับฐาน เนื่องจาก real yields ยังสูง และดอลลาร์ยังแข็งค่า

ความผันผวนยังอยู่ในกรอบปกติของตลาด โดยการเคลื่อนไหวในช่วง ±2% ถือว่าไม่ผิดปกติในภาวะปัจจุบัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงาน ราคาทองคำปรับตัวลดลง หลังจากปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน โดยการอ่อนตัวครั้งนี้เกิดจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ภายใต้ภาวะตลาดที่ยังเผชิญความไม่แน่นอน จากนโยบายการค้าของสหรัฐ และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทิศทางคลี่คลายอย่างชัดเจน

Gold

ระหว่างการซื้อขาย ราคาทองคำปรับลดลงสูงสุด 1.6% ก่อนจะลดช่วงติดลบลงบางส่วน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนจีนหลังสิ้นสุดวันหยุดตรุษจีน ก่อนหน้านี้ในช่วง 4 วันทำการ ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นรวมกว่า 7% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเตรียมประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ในภาวะตึงเครียด

ซ่ง เจียงเจิ้น นักวิจัยจาก Guangdong Southern Gold Market Academy ให้ความเห็นว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำภายในกรอบประมาณ 2% ยังถือเป็นระดับความผันผวนตามปกติของตลาดในปัจจุบัน พร้อมประเมินว่าแนวโน้มในระยะยาวยังคงเป็นบวก เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอิหร่านยังดำเนินต่อไป และนโยบายภาษีของสหรัฐ  อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจในเวทีโลก

ตลาดการเงินเผชิญความสับสน หลังสหรัฐ เตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้า 15%

ภาวะตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกเป็น 15% ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับมาตรการ “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) ที่เขาผลักดันก่อนหน้านี้

ประเทศคู่ค้าหลายรายของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบของมาตรการใหม่ เนื่องจากเงื่อนไขภาษีล่าสุดอาจขัดแย้งกับข้อตกลงทางการค้าที่เคยบรรลุไว้ก่อนหน้า โดยการประเมินของสหภาพยุโรประบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้อัตราภาษีสำหรับสินค้าส่งออกบางประเภทสูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ในกรอบความตกลงการค้าเดิม

คริสโตเฟอร์ แฮมิลตัน หัวหน้าฝ่าย Client Solutions ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Invesco Ltd. ระบุว่า ประเด็นข่าวเกี่ยวกับภาษียังคงทำให้ระดับความไม่แน่นอนในตลาดอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม เขามองว่าปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ราคาทะลุกรอบสำคัญอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และค่าเงินดอลลาร์ยังทรงตัวแข็งค่า ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะสะสมฐานมากกว่าปรับขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น

ทองคำยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงปรับฐานรุนแรงก่อนหน้า

แม้จะเผชิญแรงขายทำกำไรล่าสุด แต่ราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เผชิญแรงเทขายรุนแรงในช่วงต้นเดือน

แรงซื้อเชิงเก็งกำไรจำนวนมากก่อนหน้านี้ได้ผลักดันราคาทองคำในรอบหลายปีขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 5,595 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมกราคม ก่อนที่แรงขายจะเร่งตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาปรับฐานลงแรง

อย่างไรก็ตาม ราคาล่าสุดสามารถฟื้นตัวกลับมาได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงการปรับฐานดังกล่าว แม้ว่าภาวะการซื้อขายยังคงมีความผันผวนสูงกว่าปกติ

Gold

สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่ง ได้แก่ BNP Paribas SA, Deutsche Bank AG และ Goldman Sachs Group Inc. ยังคงประเมินว่าราคาทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยให้เหตุผลว่าปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการปรับขึ้นก่อนหน้านี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ การลดบทบาทของพันธบัตรรัฐบาลและสกุลเงินหลักในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ตลอดจนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ปัจจุบัน สหรัฐ ได้ส่งกำลังทหารเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2003 ขณะเดียวกัน การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีกำหนดกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ จะแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านการทูต แต่ก็เตือนว่าอิหร่านจะเผชิญผลกระทบรุนแรงหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ พร้อมทั้งปฏิเสธรายงานที่ระบุว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐ มีความกังวลต่อความยืดเยื้อของปฏิบัติการทางทหาร

ขอบคุณข้อมูล: ฮั่วเซ่งเฮง  

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight