Personal Finance

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ ช่วงเทศกาลตรุษจีน

ช่วงเทศกาลตรุษจีนมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลหนุนราคาทองคำ การตัดสินใจซื้อทองคำเพื่อลงทุนหรือเก็งกำไรจึงต้องวางกลยุทธ์ลงทุนทองคำและระยะเวลาลงทุนที่เหมาะสม!

ช่วงเทศกาลตรุษจีน ทองคำถือเป็นของขวัญล้ำค่า จึงมีการซื้อเป็นของขวัญให้แก่กันเพื่อเสริมความร่ำรวย ทำให้ความต้องการทองคำคึกคัก เช่นเดียวกับเมื่อเกิดสถานการณ์ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งทางการเมือง หรือสงคราม ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่ผู้คนต้องการซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และช่วงต้นปี 2567 ในช่วงเทศกาลตรุษจีนก็มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลหนุนราคาทองคำ ดังนั้น การตัดสินใจซื้อทองคำเพื่อลงทุนหรือเก็งกำไรจึงต้องวางกลยุทธ์และระยะเวลาลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความโชคดีและความร่ำรวย

ทองคํา มีความสําคัญทางวัฒนธรรมอย่างมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยและความมั่งคั่ง โดยเชื่อว่าการให้ทองคำเป็นของขวัญ ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความโชคดีและความร่ำรวย และหากมองในมุมนักลงทุน เมื่อความต้องการทองคำเพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน สิ่งที่ตามมา คือ การวางกลยุทธ์ซื้อทองคำเพื่อเก็งกำไร หรือลงทุนในช่วงเทศกาลตรุษจีน

หากพูดถึงราคาทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนใหญ่ประเมินว่าราคาจะปรับขึ้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่ามีการเร่งซื้อทองคำเพื่อเป็นของขวัญ หรือเมื่อได้รับอั่งเปาก็จะนำเงินไปซื้อทองคำมาเก็บเอาไว้ โดยเมื่อดูสถิติราคาทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีนก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 (ปี 58-62) พบว่าตลาดทองคำมีความคึกคักค่อนข้างมาก โดยในช่วงเดือนมกราคม (ก่อนเทศกาลตรุษจีน) ทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 4-5% และเป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของปี เช่นเดียวกับปี 2563 ที่โลกเข้าสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แล้ว เฉพาะเดือนมกราคมทองคำยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ระดับ 4.7%

หากดูสถิติดังกล่าวอาจทำให้หลายคนเข้าซื้อทองคำเพื่อทำกำไรในช่วงเดือนมกราคมของทุกปีก่อนเทศกาลตรุษจีน แต่สถิติได้ถูกทำลายเมื่อเดือนมกราคมปี 2564 หากซื้อทองคำจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 2.7% สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ COVID-19 เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อความต้องการทองคำ โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองคำมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ผลตอบแทนทองคำช่วงเดือนมกราคมก็กลับมาเป็นบวกได้อีกครั้ง

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ

เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนทองคำ จากข้อมูลของสภาทองคำโลก พบว่า 25 ปีย้อนหลัง (ปี 41-66) ผลตอบแทนจากทองคำเฉลี่ย 9.10% ต่อปี และที่น่าสนใจ คือ ในปีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทองคำให้ผลตอบแทนเป็นบวก ทำให้ทองคำได้พิสูจน์ถึงความสม่ำเสมอในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจ ทำให้นักลงทุนมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่อาจเหมาะสำหรับพอร์ตลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้สูง (High Risk, High Return)

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปกติความต้องการซื้อทองคำจะมาก่อนเทศกาลดังกล่าว โดยร้านค้าทองคำหรืออุตสาหกรรมอัญมณีจะซื้อทองคำเพื่อนำไปผลิตสินค้าทองคำในรูปแบบต่าง ๆ ในช่วงสิ้นปี และส่งมอบให้กับร้านค้าปลีกในช่วงใกล้วันตรุษจีน ขณะเดียวกันตลาดเงิน ตลาดทุน (รวมถึงนักลงทุน เทรดเดอร์ เฮจฟันด์) ในจีนและบางประเทศในเอเชียจะหยุดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน ดังนั้น ราคาทองคำจะไม่ค่อยขยับมากนักในช่วงตรุษจีน

จะว่าไปแล้วหากซื้อทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อเป็นของขวัญให้แก่กัน หรือเพื่อเสริมความมั่งคั่งและโชคลาภให้กับชีวิต ก็คงซื้อได้โดยไม่สนใจว่าราคาทองคำจะอยู่ที่ระดับใด แต่หากสนใจซื้อทองคำเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรก็ต้องประเมินและวิเคราะห์ให้รอบคอบว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ปัจจัยหนุนราคาทองคำ

ข้อมูลจากฮั่วเซ่งเฮง ธุรกิจค้าทอง กล่าวว่าเริ่มต้นสัปดาห์แรกในปี 2567 ราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways up จากปัจจัยหนุนราคาทองคำหลายประการ ทำให้ราคาทองคำบวกต่อจากสิ้นปี 2566 โดยช่วงเดือนมกราคม ราคาทองคำยังคงมีทิศทางสดใส โดยมีปัจจัยหนุน ดังนี้

  • นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ประมาณ 6 ครั้ง แม้ว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3 ครั้งในปีนี้ก็ตาม ซึ่งปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการหนุนราคาทองคำในปีนี้
  • แรงซื้อทองคำจากความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งในหลายประเทศ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เพราะเวลาที่เกิดสงคราม มักจะมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามา โดยปี 2567 ยังคงมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามยังไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส รวมถึงสถานการณ์บริเวณทะเลแดงที่มีโอกาสร้อนระอุต่อไป สงครามรัสเซียกับยูเครนก็ยังคงสู้รบต่อเนื่อง หรือความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวพุ่งขึ้นต่อได้
  • แรงซื้อทองคำก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะส่งสัญญาณชะลอตัวลง แต่คาดว่ายังคงมีแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง
  • ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางต่าง ๆ จากกระแสDe-Dollarization หรือการลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกระจายความเสี่ยง และหันมาถือทองคำในเงินทุนสำรองมากขึ้น โดยคาดว่าปีนี้ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำเป็นเงินทุนสำรองต่อเนื่อง และคาดว่าธนาคารประชาชนจีน (แบงก์ชาติจีน) ที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุดในปี 2566 ก็ยังเข้าซื้อทองคำต่อเนื่องต่อไป

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ

กลยุทธ์การลงทุนทองคำสำหรับนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาวมีความแตกต่างกัน โดยนักลงทุนระยะสั้นซึ่งเน้นการเก็งกำไร ควรมีการกำหนดจุดซื้อและจุดขายทองคำที่ชัดเจน รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด เช่น หากราคาทองคำปรับลดลงมาสู่ระดับต่ำกว่าต้นทุนมายังระดับราคาที่กำหนดไว้เพื่อขายตัดขาดทุน นักเก็งกำไรที่มีวินัยก็จะขายทองคำที่ราคาดังกล่าว เพื่อให้มีเงินลงทุนในการเก็งกำไรครั้งใหม่ต่อไป ดังนั้น ควรศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อช่วยให้ทราบถึงจุดซื้อและจุดขายที่เหมาะสม

สำหรับนักลงทุนระยะยาว สามารถลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ซึ่งเป็นการซื้อทองคำแบบสม่ำเสมอทุกเดือนด้วยจำนวนเงินที่เท่า ๆ กัน เป็นการสร้างวินัยในการลงทุนและช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนทองคำได้ โดยบทวิเคราะห์ของสภาทองคำโลก แนะนำว่าการมีทองคำในพอร์ตลงทุนประมาณ 5 – 10% ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน เพราะราคาทองคำจะปรับสูงขึ้นหากผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่นปรับลดลง เช่น เมื่อหุ้นปรับลดลง ราคาทองคำจะปรับขึ้น ก็จะช่วยลดผลขาดทุนของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวสามารถปรับได้ตามความสามารถในการรับความเสี่ยง และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

การลงทุนทองคำไม่ใช่เรื่องยาก หากนักลงทุนเลือกรูปแบบในการลงทุนและวางกลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองและระยะเวลาลงทุนที่ต้องการ นอกจากนี้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางไว้

โดย ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK