Finance

จับตา ‘เฟด-เงินเฟ้อ’ กำหนดทิศทางทองคำปี 65

นักวิเคราะห์มองทิศทาง “ทองคำ” ปี 2565 ยังแข็งแกร่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี แรงหนุนจากกำลังซื้อในเอเชีย แต่ครึ่งปีหลัง ต้องระวัง เหตุ “เฟด” ลดวงเงินทำ “QE” อาจกระทบราคา

ปี 2564 ถือเป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับ “ทองคำ” ด้วยมูลค่าการซื้อขายในตลาดโลก ที่ร่วงลงไปถึง 5% ลดลงจากระดับ 1,887.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 มาปิดท้ายปี 2564 ที่ระดับ 1,794.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์

LINE ALBUM งานเพลทท้ายปี 2021 ๒๒๐๑๐๒ 2

ซีเอ็มซี มาร์เก็ตส์  ระบุว่า  ในปี 2565 นี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแน่ใจได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ ในช่วงต้น ถึงกลางปี 2565 ตลาดอัตราดอกเบี้ย จะกำหนดราคาเพื่อเตรียมรับมือกับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด

ในอดีตนั้น ค่าเงินดอลลาร์ ได้อ่อนค่าลงบางส่วน เมื่อเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากเงินดอลลาร์อ่อนค่า ก็จะหนุนราคาทองคำให้สูงขึ้น แต่ การขึ้นดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ จะชะลอการขยายตัวของเงินเฟ้อ และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐ

หากเงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าผลตอบแทนพันธบัตรที่กำหนดไว้ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดัน ที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลง ซึ่งโดยรวมแล้ว คาดว่า ราคาทองคำในช่วงปี 2565 อาจดูเหมือนกับราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

อย่างไรก็ดี ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า แนวโน้มราคาทองคำในเดือนมกราคม 2565 น่าจะปรับตัวขึ้นได้ โดยมองว่าจะมีความต้องการจากเอเชีย โดยเฉพาะจีนก่อนเทศกาลตรุษจีนมาช่วยหนุนราคาทองคำ เมื่อดูจากสถิติย้อนหลังเดือนมกราคมเป็นเดือนที่ราคาทองคำ spot ปรับขึ้นโดดเด่นมากที่สุดของปี

โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง 4.1% และมีผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังเท่ากับ 2.7% รวมทั้งคาดว่าความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ป้องกันอัตราเงินเฟ้อจะมีมากขึ้น

ขณะที่ วายแอลจี วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล มองว่า เรื่องที่จะมีผลต่อราคาทองคำปี 2565 มี 5 ปัจจัยดังนี้

  • นโยบายของเฟด

ในปี 2565 มาตรการที่ต้องจับตาคือการเร่งลดการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่เฟด ได้ส่งสัญญาณในการลดวงเงินการทำ QE เพื่อเปิดทางในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง

แต่การปรับลดการทำ QE ของเฟดนั้น เม็ดเงินจะไม่ได้หายไปในทันที แต่จะค่อยๆ ลดลง ทำให้ยังไม่กระทบทองคำในช่วงครึ่งปีแรก แต่อาจจะกระทบราคาทองคำในครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตามมองว่าประเด็นเรื่องเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงยังถือเป็นประเด็นที่สนับสนุนทองคำและน่าจับตามอง เพราะอยู่ในอัตราที่สูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี

shutterstock 1080440231

  • การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางและกองทุน SPDR

ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 ธนาคารประเทศต่างๆ ได้เข้าซื้อทองคำแท่งเพื่อใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกองทุนทอง SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำขนาดใหญ่ ได้กลับมาซื้อทองคำ หลังจากที่ทำการขายมาตลอดทั้งปี แต่เริ่มกลับเข้าซื้อเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดทองคำ

  • ความต้องการทองคำกายภาพเริ่มกลับมา

ความต้องการทองคำกายภาพในจีน และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าทองคำรายใหญ่ของโลก เริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศที่เริ่มฟื้นตัว เนื่องจากจีนและอินเดีย มีความนิยมทองคำที่ส่งต่อกันมา รวมถึงเป็นสิ่งจำเป็นในพิธีสำคัญต่างๆ เช่นพิธีแต่งงาน

  • ทองคำยังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

แม้ว่าปัจจุบันจะมีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมาและเป็นที่นิยมของนักลงทุน แต่อย่างไรก็ตามการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายรูปแบบไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตลอด แต่ไม่ว่าจะมีการกระจายการลงทุนไปยังทรัพย์สินรูปแบบใด พอร์ตการลงทุนที่ดียังต้องมีการลงทุนในทองคำ 5-15% ของพอร์ตลงทุน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

  • เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยหนุนให้คนซื้อทองคำได้ในเงินลงทุนน้อยลง

ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้ผู้ซื้อหรือนักลงทุนสามารถซื้อทองคำผ่านรูปแบบออนไลน์ และสามารถซื้อทองคำเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 100 บาท ในรูปแบบของการออมทอง

การลงทุนในรูปแบบนี้ ไม่แตกต่างจากการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่ เพราะสามารถซื้อขายแบบเรียลไทม์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน ทำให้ลดช่องว่างของผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนมีเงินทุนจำนวนมากเท่านั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม