Stock - Finance

มทร.อีสานโพล เผยผลสำรวจคนไทยส่วนใหญ่ พร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

สังคมไร้เงินสด มทร.อีสาน โพล เผยคนไทยส่วนใหญ่พร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ คนส่วนใหญ่ 86.7% นิยมใช้จ่ายผ่านระบบ e-Payment มากสุด ประชาชน 89.7% ต้องการให้ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ เปิดรับระบบการใช้จ่ายดิจิทัล 

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน เปิดเผยว่า มทร.อีสาน โพล โดย ศูนย์บริการวิชาการด้านบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มทร.อีสาน ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนไทยทั่วประเทศ เกี่ยวกับ การก้าวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด “Cashless Society” ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายในการเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด และการใช้เงินดิจิทัลนั้น จะเห็นได้ว่าจากที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ คนละครึ่ง เราชนะ ยิ่งใช้ยิ่งได้ เราเที่ยวด้วยกัน หรืออื่น ๆ นั้น มีการให้ใช้จ่ายเงินผ่านระบบแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ทั้งหมด  ถือว่าเป็นการเริ่มต้นให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคยและมีความกล้าใช้เงินในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

สังคมไร้เงินสด

สังคมไร้เงินสด นิยมใช้จ่ายผ่านระบบ e-Payment 

โดยจากการสำรวจประชาชน จำนวน 798 ราย พบว่า คนส่วนใหญ่ 86.7% นิยมใช้จ่ายผ่านระบบ e-Payment มากที่สุด รองลงมาคือการใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต คิดเป็น 60.9% เนื่องจากมีความเห็นตรงกันกว่า 86% ว่าช่วยลดความเสี่ยงจากการถือเงินสดได้ รวมถึงลดการสัมผัสเชื้อโรคจากเงิน มีบริการให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ สามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วตามลำดับ ทั้งนี้แม้ว่าการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลนั้นจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย แต่ทว่าประชาชนยังคงมีข้อกังวลในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน เช่น กว่า 81.7% เห็นพ้องว่า การโจรกรรมข้อมูลทางไซเบอร์นั้นน่ากังวลมากที่สุด รองลงมาคือการหลอกลวงจากมิจฉาชีพทางโซเซียลมีเดีย และอาจทำให้เกิดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นได้

สังคมไร้เงินสด

ทั้งนี้หากจะเข้าสู่ยุคของสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ประชาชน 89.7% ต้องการให้ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ เปิดรับระบบการใช้จ่ายดิจิทัลมากที่สุด รองลงมาคือประเภทร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก หรือโรงแรม และ ตลาดสด ตามลำดับ พร้อมทั้งยังให้ความเห็นถึงปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย

1. ความพร้อมด้านเทคโนโลยีของประชาชน

2. การพัฒนาเทคโนโลยี แอปพลิเคชันทางการเงินที่ตอบสนองผู้ใช้งาน

3. โครงข่ายโทรคมนาคม อินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

4. นโยบายขับเคลื่อนจากภาครัฐ

สังคมไร้เงินสด ประชาชนส่วนมาก 39.1% มีความพร้อม

สำหรับในภาพรวมแล้วประชาชนส่วนมาก 39.1% มีความพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด แต่ในขณะเดียวกัน 26.1% ยังคงไม่แน่ใจ และอีก 34.8% ยังไม่มีความพร้อม

สังคมไร้เงินสด

ปัจจุบันด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้รูปแบบการใช้เงินของคนในประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และการให้บริการชำระผ่าน QR Code มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นช่องทางสำหรับผู้ไม่ประสงค์ดีในการทุจริตหรือฟอกเงินได้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้ประกาศนโยบายการรู้จักและการบริหารติดตามความเสี่ยงร้านค้าสำหรับการชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Know Your Merchant : KYM) เพี่อให้สถาบันทางการเงินใช้เป็นแนวปฏิบัติขั้นต่ำในการกำหนดกระบวนการรู้จักและการบริหารติดตามความเสี่ยงร้านค้าได้ โดยจะเริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม 2565

ทั้งนี้ด้าน มทร.อีสาน ได้มีมาตรการที่สอดรับกับการเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดด้วยเช่นกัน เช่น การจัดทำแอปพลิเคชัน RMUTI CONNECT ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ที่จะส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยใช้จ่ายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงจังหวัดนครราชสีมาเองได้เริ่มมีนโยบายให้ร้านค้าต่าง ๆ ในจังหวัดเปิดรับการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขับเคลื่อนสู่ยุคสังคมไร้เงินสดแล้วด้วยเช่นกัน รศ.ดร.โฆษิต กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight