Finance

‘กสิกรไทย’ กลายร่าง ตั้งเป้า 2 ปีโต 5 เท่าใน ‘ตลาดภูมิภาค’ ดันฐาน ‘ลูกค้าดิจิทัล’ 10 ล้านราย ภายในปี 67

“กสิกรไทย” ประกาศความสำเร็จแรก รุกธุรกิจตลาดภูมิภาค คว้าลูกค้า 1.6 ล้านรายในปี 2564 โอกาสในธุรกิจต่างประเทศเติบโตมหาศาล ชู “กลยุทธ์ดิจิทัล แบงกิ้ง” เข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมาก ยกทัพบุกตลาดภูมิภาคด้วยแนวคิด “THE METAMORPHOSIS” กลายร่างธนาคารให้เติบโตมากกว่าเดิม ในแบบ “ไร้ขีดจำกัด ไร้รอยต่อ ไร้ขอบเขต”

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะวิกฤติโควิด-19  ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ธนาคารกสิกรไทย ยังสามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจธนาคารในระดับภูมิภาคได้อย่างก้าวกระโดด

กสิกรไทย

ในปี 2564 ธุรกิจธนาคารในระดับภูมิภาค ของกสิกรไทย เติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 34% ซึ่งธนาคารได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2566 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจในต่างประเทศเป็น 5% ของรายได้สุทธิธนาคารทั้งหมด (Net Total Income-NTI) หรือมีรายได้เติบโตถึง 5 เท่า พร้อมขยายฐานลูกค้าดิจิทัลเป็น 6.5 ล้านราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.6 ล้านราย และเพิ่มเป็น 10 ล้านราย ภายในปี 2567

การเติบโตครั้งนี้เปรียบเสมือน “METAMORPHOSIS” หรือการเติบโตผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็ว ตามเป้าธุรกิจที่ท้าทาย ภายใต้ 3 วิสัยทัศน์หลักแบบไร้ขีดจำกัด (Limitless) ไร้รอยต่อ (Seamless) และไร้ขอบเขต (Borderless)

  • Limitless Opportunity

ธนาคารกสิกรไทยจะไม่ติดกรอบอยู่แค่การทำธุรกิจในประเทศไทย การเติบโตของธนาคารสามารถเกิดขึ้นได้ ในทุกภูมิภาคอย่างไร้ขีดจำกัด

  • Seamless Connectivity

ด้วยการสนับสนุนทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจาก KASIKORN BUSINESS-TECHNOLOGY GROUP (KBTG) ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากร ทั้งการลงทุน ผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ

  • Borderless Growth

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ศักยภาพ (Capabilities) ทุก ๆ ด้านของคนกสิกรไทย ที่จะต้องเติบโตได้อย่างไร้ขอบเขต  เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ก้าวออกไปสู่โอกาสในทุกภูมิภาค

S 131219490

ทางด้านนายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก และกระแสการมุ่งสู่ความยั่งยืน ส่งผลให้ภูมิทัศน์ของโลกหลังโควิด-19 เปลี่ยนแปลงไป

นับเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อน และท้าทาย แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด สำหรับธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้เร็ว (Morph) และเปิดรับทักษะสมัยใหม่ ได้แก่

DECOUPLING เป็นโอกาสที่อาเซียนจะสามารถเชื่อมต่อกับสองห่วงโซ่ คือ จีนและสหรัฐฯ จากการเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทั้งสองขั้วอำนาจ

REGIONALIZATION 2.0 จีนผันตัวเองจากแหล่งผลิตสินค้าราคาถูก ไปเป็นประเทศที่เน้นการส่งออกสินค้าไฮเทค และนวัตกรรม

ขณะเดียวกันธุรกิจของจีน จะทยอยย้ายฐานการผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้น ไปยังประเทศอื่น โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพสูง ในการเป็นห่วงโซ่อุปทานของจีน เพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคชนชั้นกลางจำนวนมาก

NEXT-GEN DIGITALIZATION Digital technology ช่วยขับเคลื่อน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทำให้ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของ SMEs

อีกทั้งยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

DECARBONIZATION กระแสการมุ่งสู่สังคมที่ไร้คาร์บอนของนานาประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่ท้าทาย นับเป็นโอกาสทางธุรกิจ ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียน บนเส้นทางการเติบโตยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า

S 103866376
เรืองโรจน์ พูนผล

ขณะที่ นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท KBTG กล่าวว่า จีนมีประชากรมากถึง 1,412 ล้านคน และมีอัตราคนใช้โทรศัพท์มือถือ สูงมาก ส่งผลให้ Fintech Landscape ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

เมื่อปี 2563 KBTG ได้จัดตั้ง บริษัท ไคไต้ เทคโนโลยี จำกัด (KAITAI Technology Company Limited) ที่เสิ่นเจิ้น มีภารกิจหลัก คือ การหาบุคลากรจีนที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี มาร่วมทีม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ และบริการของธนาคาร

พร้อมทั้งต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากฟินเทคในจีน ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากไปสู่ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

ความสำเร็จในก้าวปีแรกของ KBTG คือ การมีส่วนร่วมใน 14 โครงการสำคัญ ครอบคลุมในทุกประสบการณ์ทางการเงิน ทั้งด้านการปล่อยกู้ เงินฝาก การชำระเงิน รวมทั้งข้อมูลและการวิเคราะห์กับ 7 พันธมิตรสำคัญในประเทศจีน และมีแผนเพิ่มทีมงานให้ใหญ่ขึ้นถึง 12 เท่า ภายในปี 2569

กสิกรไทยมุ่งสนับสนุนลูกค้า-สร้างโอกาสเข้าถึงทางการเงิน

นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า World Business Group (WBG) ได้สร้างการเปลี่ยนสู่ธุรกิจธนาคารยุคใหม่แห่งภูมิภาค ด้วยการเดินหน้าธุรกิจตามโมเดล Kasikorn China ที่ดำเนินธุรกิจบนปรัชญา “Better Me” มุ่งให้การสนับสนุนลูกค้า ที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และมุ่งมั่นนำพาตัวเองสู่อิสรภาพทางการเงิน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของจีน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ESG Bank ที่สร้างโอกาสการเข้าถึงทางการเงินให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ ธนาคารจะนำแนวคิดธุรกิจนี้ขยายไปยังเวียดนาม ที่เดินหน้าด้วยดิจิทัล แบงกิ้ง อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ KBank Loan สินเชื่อดิจิทัลที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการขออนุมัติวงเงิน และ K PLUS Vietnam โมบาย แบงกิ้ง ที่ต่อยอดจากต้นแบบ K PLUS ในประเทศไทย

ในอนาคตจะเปิดตัวธุรกิจใหม่บนโมเดล Banking-as-a Service (BaaS) ให้บริการมากกว่าธุรกิจการเงิน โดยจะเริ่มที่เวียดนามเป็นแห่งแรก เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่มากกว่าในการเข้าถึง และบริการทางการเงิน ช่วยให้ฟินเทครายย่อยมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

S 131219491

สำหรับกัมพูชา ธนาคารพร้อมเปิดตัว Payroll Lending ที่ทำให้ลูกค้าได้รับสินเชื่ออย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันของพันธมิตร ส่วนในฝั่งลาว จะยังคงเดินหน้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานบริการ QR KBank จากปัจจุบันที่มี 130,000 รายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทุกธุรกรรมการเงินของลูกค้า

ในขณะเดียวกันก็มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่จะช่วยยกระดับธุรกิจ ให้กับลูกค้าผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศนี้ ให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอีกด้วย

เป้าหมายถัดไปของธนาคารกสิกรไทย คือ การเชื่อมต่อกับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่สุดและมีประชากรจำนวนมากที่สุดในภูมิภาค โดยปัจจุบันธนาคารได้เร่งสร้างพันธมิตรธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อขยายโอกาสในการทำธุรกิจ และส่งมอบบริการทางการเงิน ให้กับลูกค้าในอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งบริษัท K VISION FINANCIAL (KVF) เพื่อขยายการลงทุนด้านดิจิทัลในธุรกิจต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจ สู่การเป็น Ecosystem ทางการเงินในระดับภูมิภาค

พร้อมชูแผนการสร้างบริการทางการเงินเพื่อรองรับตลาด Digital Asset ที่จะเติบโตในตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม

S 131219494

จากเป้าหมายและพันธกิจที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ WBG ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 1,037 คนในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นถึง 52% จากปี 2563 เพื่อขยายศักยภาพของทีมให้ไปสู่ความสำเร็จได้ และด้วยความตั้งใจที่จะเป็นองค์กรสำหรับ Talent ทั่วโลก

ธนาคารได้เสนอแนวคิด “World of Borderless Growth” เพื่อสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการเติบโตอย่างไร้ขอบเขตทุกมิติ ทั้ง Personal Growth การเติบโตผ่านประสบการณ์ทำงานจริงที่ท้าทาย

Growth of Team การเติบโตร่วมกับทีมที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน Growth of Partners การเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรทั้ง Tech Company และ Startup ระดับโลก และ Growth of Community การเติบโตเคียงข้างกับสังคมผ่านทุกภารกิจของ WBG ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม