ดูหนังออนไลน์
Finance

เอสเอ็มอีแบงก์ ออกแพคเกจสินเชื่อ ช่วยทุกธุรกิจฝ่าโควิด ดอกถูก กู้ได้ 15 ล้าน

เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดตัวแพคเกจสินเชื่อใหม่ วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ด้วย 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “SMEs D เติมทุน” “SMEs มีสุขและ “SMEs ยิ้มได้”  วงเงินกู้สูงถึง 15 ล้านบาทต่อราย  เปิดกว้างทุกธุรกิจ  ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นจำนวนมาก ทั้งปัญหายอดขายและรายได้ลดลง

เอสเอ็มอี

SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อเอสเอ็มอีไทย  จึงออกมาตรการทางการเงินเสริม ด้วยแพคเกจสินเชื่อ  “เติมทุน SMEs มีสุข ยิ้มได้” วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่   ได้แก่ “SMEs D เติมทุน” “SMEs มีสุข” และ “SMEs ยิ้มได้” ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีวงเงินเพิ่มขึ้น นำไปใช้เสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนทางการเงิน

SME Bank

สำหรับจุดเด่นของ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ เปิดกว้างทุกกลุ่มธุรกิจ  คุณสมบัติกู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงขึ้นถึง 15 ล้านบาทต่อราย  ได้แก่

“สินเชื่อ SMEs D เติมทุน” วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี เปิดโอกาสรับรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินเดิม ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน  ผ่อนนานถึง 10 ปี

“สินเชื่อ SMEs มีสุข” วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี  สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต  ผ่อนนานถึง 10 ปี  และ

“สินเชื่อ SMEs ยิ้มได้” วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี ทบทวนวงเงินได้ทุกปี  ช่วยเติมทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการธุรกิจไม่มีสะดุด โดยเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565

“SME D Bank  ตระหนักดีถึงพันธกิจสำคัญในการเป็นกลไกของรัฐพา SME ไทยให้เข้าถึงแหล่งทุน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ SME อย่างรุนแรง ธนาคารจึงดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการออกแพคเกจสินเชื่อใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการ  มีเงินทุนเพิ่มขึ้น  ต้นทุนทางการเงินลดลง สามารถนำไปใช้เสริมสภาพคล่องเพียงพอสูงถึงรายละ 15 ล้านบาท ช่วยบริหารจัดการธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้” นางสาวนารถนารี กล่าว

ข่าวข่าวเพิ่มเติม: