ดูหนังออนไลน์
Stock - Finance

เปิดเบื้องหลัง ‘เจ้าหนี้’ เลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูการบินไทย – ดัน ‘พรชัย’ ผู้บริหารแผนแทน ‘จักรกฤษฎิ์’


เปิดเบื้องหลังเจ้าหนี้การบินไทย “เลื่อนโหวต” แผนฟื้นฟูฯ เหตุสามารถใช้สิทธิ์เลื่อนได้ มั่นใจครั้งต่อไปโหวตผ่านแน่นอน ชี้หากไม่ผ่านกระทบสมาชิกสหกรณ์หลายล้านคนในฐานะเจ้าหนี้ใหญ่ กว่า 7 หมื่นล้าน สมาชิกอีกหลายล้านคน ดัน”พรชัย ฐีระเวช”ผู้บริหารแผนแทน “จักรกฤษฎิ์​”  แผนสองดันเข้าครม.ดึงการบินไทยกลับสู่ “รัฐวิสาหกิจ ประเภท 3” สร้างความมั่นใจกู้เงินแบงก์อุ้มการบินไทย 

การประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วานนี้ (12พ.ค.) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการการบินไทยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อโหวตแผนฟื้นฟูฯ เป็นไปตามคาดที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิ์ “เลื่อนโหวต” แผนฟื้นฟูการบินไทย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้จาก “สหกรณ์ออมทรัพย์” เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ถือว่าเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ การบินไทยมีหนี้อยู่ไม่น้อยกว่า 70,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้ประกันภัย

แหล่งข่าวจากการบินไทย กล่าวว่าการ “เลื่อนโหวต” รับแผนฟื้นฟูการบินไทย ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่รู้กันมาก่อนอยู่แล้วในกลุ่มเจ้าหนี้ ที่จะให้ออกมาในแนว “เลื่อนโหวต” ออกไปก่อน  ต้องปล่อยให้สถานการณ์สุกงอมกว่านี้แล้วค่อยโหวตผ่านแผนฟื้นฟู “ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายอะไร คนส่วนใหญ่พอจะทราบล่วงหน้าแล้ว ว่าผลจะออกมาอย่างนี้ การเลื่อนโหวตสามารถทำได้ถึง 2 ครั้งๆละ 7 วัน”

การบินไทยประชุมเจ้าหนี้01

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจะมีอยู่ 2-3 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือ มีข้อตกลงร่วมกันในกลุ่มเจ้าหนี้ที่จะเลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูออกไปก่อน ไม่จำเป็นต้องโหวตรับแผนในครั้งแรก เจ้าหนี้มีสิทธิ์ให้สิทธิ์เลื่อนโหวตได้ จะด้วยเหตุผลข้อมูลเยอะ ขอเวลาศึกษาก่อน ไม่จำเป็นต้องโหวตรับเลย แต่ในหลักความจริงเจ้าหนี้รายใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่ก็ศึกษาข้อมูลมาแล้ว มีการเสนอความเห็นไปหมดแล้ว เพียงแต่รอเวลาและจังหวะที่เหมาะสมว่าจะโหวตรับเมื่อไหร่ “แต่แน่นอนจะมีการโหวตรับแผนฟื้นฟูการบินไทยแน่นอน หลังจากนี้ภายใต้เงื่อนไขของเจ้าหนี้ที่เสนอไปก่อนหน้านี้ เลื่อนเพื่อรอวันเวลาเท่านั้น”

ประเด็นถัดจะมีการโหวตผ่านแผนฟื้นฟูแน่นอน  หากไม่ผ่านแผนฟื้นฟูจะส่งผลกระทบต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นเจ้าหนี้การบินไทยอยู่ 74 สหกรณ์มูลหนี้กว่า 70,000 ล้านบาท  หรือหากปล่อยให้การบินไทยล้มละลายได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งมีอยู่หลายล้านคนได้

ขณะเดียวกัน การบินไทยจะต้องกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท 3 ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการกู้เงิน จะไม่มีสถาบันการเงินไหนให้เงินกู้ หากไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะมีความไม่มั่นใจว่าธุรกิจการบินไทยจะดำเนินการได้ แต่หากเป็นรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลสามารถค้ำประกันเงินกู้ได้สร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินได้ และนี่คือ ประเด็นที่การบินไทยต้องกลับเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท 3 หลังจากนี้

แหล่งข่าว กล่าวว่าประเด็นที่น่าสนใจคือวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 เป็นการประชุมเจ้าหนี้อีกครั้ง หลายฝ่ายกำลังมองว่าการประชุมครม. จะอนุมัติให้การบินไทยเป็น รัฐวิสาหกิจประเภท 3 เลยหรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหนี้ ขณะที่บางกลุ่มมองว่าครม.ยังไม่จำเป็นต้องอนุมัติให้การบินไทย เป็นรัฐวิสาหกิจประเภท 3 ทันที ต้องปล่อยให้เจ้าหนี้โหวตผ่านแผนฟื้นฟูก่อน ครม.ไม่จำเป็นต้องเร่งการอนุมัติ เพราะอาจจะถูกกล่าวหาว่าอุ้มองค์กรที่ใกล้ละล้มละลายเป็นการสร้างภาระให้กับรัฐบาล

การบินไทย302 e1588221211610

“ครม.ไม่จำเป็นต้องเร่งอนุมัติให้เป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องให้เจ้าหนี้โหวตผ่านแผนฟื้นฟูก่อน เมื่อผ่านแล้วรัฐบาลมีเหตุที่อธิบายสังคมได้ ถ้าไม่เป็นรัฐวิสาหกิจอาจจะเป็นปัญหาต่อการกู้เงิน ที่สถาบันการเงินจะไม่ปล่อยกู้ จะส่งผลกระทบต่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หลายล้านคน เมื่อถึงตอนนั้นรัฐบาลสามารถน่าจะมีเหตุผลอธิบายได้ดีกว่า”แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่าการประชุมเจ้าหนี้อีกครั้งวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ นอกจากโหวตผ่านแผนฟื้นฟูการบินไทยแล้ว จะมีการเสนอชื่อผู้บริหารแผนฟื้นฟูของการบินไทย ในส่วนของการบินไทยได้เสนอนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และคาดว่าจะเสนอ นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงการคลังด้านบริหาร แทน นายจักรกฤษฎิ์​ พาราพันธกุล​  เดิมมีการเสนอชื่อนายจักรกฤษฎิ์​ เป็นหนึ่งในผู้บริหารแผนฟื้นฟูการบินไทย แต่ล่าสุดนายจักรกฤษฎิ์​  ขอไม่รับตำแหน่งดังกล่าวจึงได้เตรียมเสนอชื่อนายพรชัยแทน

พรชัย

สหกรณ์ 74 แห่ง เป็นเจ้าหนี้การบินไทยมากถึง 36,455.17 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนหุ้นกู้ และพันธบัตร 36,181.24 ล้านบาท หุ้นสามัญ 273.93 ล้านบาท

This slideshow requires JavaScript.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight