ดูหนังออนไลน์
Finance

‘กสิกรไทย’ ตั้งเป้าโตระยะยาว ‘ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต-ยกระดับขีดแข่งขัน’

กสิกรไทย ตั้งเป้าหมายปี 64 สินเชื่อโต 4-6% ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันระยะยาวต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทาย จากผลกระทบของโควิด-19

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทั่วโลกยังเผชิญความท้าทาย และความยากลำบาก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุกระดับ แม้จะเริ่มมีความหวังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกอาจจะค่อย ๆ ฟื้นตัว

กสิกรไทย

ธนาคาร กสิกรไทย กำหนดเป้าหมายทางการเงินในปี 2564 ดังนี้

  • การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth)

ตั้งเป้าที่ 4-6% สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อลูกค้าบุคคลที่ 11-13% จากการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ นการปล่อยสินเชื่อ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งเป้าเติบโต 2-4% และสินเชื่อบรรษัทธุรกิจ ตั้งเป้าเติบโต 1-3%

  • ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin:NIM)

ตั้งเป้าที่ 3.1-3.3% สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย

  • การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth)

ตั้งเป้าเติบโตเล็กน้อยที่ Low single digit จากธุรกิจบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมรับจากการให้สินเชื่อ และธุรกิจจัดการกองทุน

กสิกรไทย
ขัตติยา อินทรวิชัย
  • ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้ จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio)

ตั้งเป้า ที่ Mid-40s ด้วยแรงกดดันด้านรายได้ที่ชะลอตัว แต่ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุน และการปรับปรุงผลิตภาพ (Productivity) รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

  • เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio (Gross))

ตั้งเป้า ที่ 4.0-4.5% โดย โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพเงินให้สินเชื่อ โดยธนาคารจะมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ

  • Credit Cost

ตั้งเป้า ที่ Up to 160 bps ภายใต้สมมติฐานเกี่ยวกับโควิด-19 รวมทั้งการที่ธนาคารยังคงใช้หลักความระมัดระวัง และนโยบายทางการเงินที่รอบคอบ ในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ทบทวนแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ กล่าวคือ ธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจบนหลักการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มอำนาจให้ทุกชีวิต และธุรกิจของลูกค้าในทุก ๆ กลุ่ม

กสิกรไทย

ยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจที่สำคัญ 3 ด้าน

  • พัฒนายุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้า

เป็นผู้นำในการให้บริการชำระเงินทางดิจิทัล (Dominate Digital Payment) เพื่อเข้าถึงและให้บริการลูกค้าในสถานที่ และเวลา ที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงได้ข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่เหมาะสมแก่ลูกค้าต่อไป

ยกระดับการปล่อยสินเชื่อทั้งด้านธุรกิจและบุคคล (Reimagine Commercial & Consumer Lending)  เพื่อสร้างรายได้ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เจาะกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย

การนำข้อมูลธุรกรรมทางธุรกิจที่ได้จากคู่ค้าใน Value Chain มาวิเคราะห์เพื่อหาลูกค้าใหม่ รวมถึงการบริหารต้นทุนด้านความเสี่ยงและการปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขยายการให้บริการลงทุนและประกันไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อย และกลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงการลงทุน และประกัน (Democratize Investment & Insurance) ด้วยผลิตภัณฑ์ของธนาคาร บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน รวมถึงการให้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ด้วยแพลตฟอร์มการลงทุน ที่ช่วยให้ลูกค้าสะดวก และมีข้อมูลในการตัดสินใจได้

รุกตลาดภูมิภาค AEC (Penetrate Regional Market) เพื่อให้ธนาคารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและทำธุรกิจใน AEC ที่กำลังเติบโตทั้งทางด้านประชากรและเศรษฐกิจ

กสิกรไทย

ยกระดับประสบการณ์บริการและการขาย (Strengthen Sales and Service Channel Experience) พัฒนาบริการของช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทำรายการได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงมีรูปแบบการขาย และบริการที่เหมาะสม กับความต้องการของลูกค้า

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อสร้างคุณค่าที่มากขึ้น จากการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งทรัพยากรบุคคล ข้อมูล การเงิน และเทคโนโลยี (Improve Value-Based Productivity)

  • สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ (Strong Trusted Brand)

ผ่านการสื่อสาร และบริหารประสบการณ์ ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ได้รับจากการทำธุรกิจกับธนาคาร

  • ยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ตามโครงการ Transformation ทั้ง 8 โครงการ

ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการสร้าง Ecosystem ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการขายและให้บริการของธนาคาร เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า (Ecosystem Partnership & Harmonized Channel)

วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสนอสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Intelligent Lending)

บริหารความเสี่ยงด้านต่าง ๆ และแนวทางการป้องกันในเชิงรุก (Proactive Risk & Compliance Management)

การพัฒนาบริการรับชำระเงินระหว่างประเทศ (Regional Payment & Settlement)

การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Data Analytics)

ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ (Cyber Security)

การพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อมุ่งสู่การเป็น Agile Organization (Performing Talent and Agile Organization)

พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้ธนาคารเป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาค (Modern World Class Technology Capability)

นางสาวขัตติยา กล่าวตอนท้ายว่า ด้วยแผนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของบุคคลากร ให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต จะช่วยสร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team