ดูหนังออนไลน์
Finance

หุ้นไทยปีนี้ยังไปได้ต่อ! โบรกฯ มองมีโอกาสเหวี่ยงถึง 1,600-1,626 จุด

หุ้นไทยปี 2564 โบรกฯ ประสานเสียงยังไปได้ต่อ “บล.ทิสโก้” มองมีโอกาสสูงที่จะเหวี่ยงขึ้นไปใกล้ระดับ 1,600 จุด “เอเซีย พลัส” มองพุ่งถึง 1,626 จุด ด้าน บล.ทรีนีตี้ มองเป้าหุ้นไทยที่ 1,550 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของดัชนี หุ้นไทยปี 2564 มีโอกาสฟื้นตัวจากปีที่แล้ว ประเมินดัชนีเหมาะสมที่ระดับ 1,450 – 1,590 จุด โดยในครึ่งปีหลังมีโอกาสสูงจะเหวี่ยงตัวขึ้นไปใกล้ระดับ 1,600 จุด หรือเทียบเท่าตอนสิ้นปี 2562 ก่อนสถานการณ์โควิด-19

สำหรับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยมาจาก 3 ปัจจัยบวก ได้แก่

1. การฟื้นตัวของตัวเลขเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะกลับมาเติบโต 3.4% จากปีก่อนที่คาดว่าจะหดตัว 6.3% ซึ่งคาดว่าปีนี้กำไร บจ.จะฟื้นตัวแรง 34% จากปี 63 คาดว่า ติดลบ 38% สาเหตุที่กำไรเพิ่มขึ้นแรงมาจากกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่คิดเป็นครึ่งหนึ่งของกำไรตลาดโดยรวมจะเติบโต 79% และ 25% ตามลำดับ ขณะที่ปี 65 คาดกำไร บจ. โดยรวมจะเติบโตอีก 16% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่หลังมีวัคซีน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

หุ้นไทยปี 2564

2. นโยบายการเงินยังคงอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายมากเมื่อเทียบกับในอดีต ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับเป้าหมายนโยบายการเงินไปใช้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 2% ซึ่งจะทำให้เฟดสามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้นานกว่าในอดีต ทั้งการคงดอกเบี้ยในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง จากการประเมินคาดว่า เฟดจะอัดฉีดสภาพคล่องในปีนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

3. นโยบายด้านเศรษฐกิจของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีแผนการใช้จ่ายเงินจำนวนมากจะกดดันเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าลง เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม ขณะเดียวกันนโยบายต่างประเทศของไบเดนที่ประนีประนอมกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และคาดการณ์ข้างหน้าได้ง่ายกว่านายทรัมป์ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก และช่วยลดความผันผวนของตลาดลงได้

ส่วนหุ้นเด่นน่าลงทุนในปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังมีราคาหุ้นบางตัว เช่น AEONTS ราคาได้ปรับตัวขึ้นถึงเป้าหมายแล้ว

ดังนั้น บล.ทิสโก้ จึงเลือกหุ้นแนะนำเป็น BAM, BBL, BDMS, MTC, PTTGC, TWPC และ WHA ด้านแนวรับสำคัญของเดือน มกราคม 2564 อยู่ที่ 1,440 จุด แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,400 – 1,390 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,500 – 1,515 จุด และมีแนวต้านถัดไปที่ 1,540 – 1,550 จุด ตามลำดับ

“เอเซีย พลัส” ให้เป้าหมายที่ 1,550 – 1,626 จุด 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจปี 2564 คาดจะพลิกกลับมาฟื้นตัว 4.1% จากฐานที่ต่ำและทุกปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2564 ประเมินไว้ที่ 7.19 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 65.04 บาท/หุ้น เติบโต 38.1%

โดยมองว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในไทยรอบนี้ ถือว่ารุนแรงกว่ารอบแรกปี 2563 ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการในการควบคุมโรค โดยต้องติดตามระยะเวลาว่าจะยาวนานเพียงใด ซึ่งกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมเศรษฐกิจ และเป็นปัจจัยกดดันจีดีพีปีนี้ และกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2564

ส่วนมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เชื่อว่า รัฐบาลยังต้องมีการขับเคลื่อนต่อเนื่องและต้องเพิ่มน้ำหนัก รวมถึงวงเงินให้สูงขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการก่อหนี้ซึ่งถูกกำหนดเป็นวินัยการคลังไว้ที่ 60% ของจีดีพี คิดเป็นมูลค่าเงินกู้ที่คงเหลือกู้ได้อีก 1.7 ล้านล้านบาท นับจากสิ้นเดือน ต.ค. 2563

ทั้งนี้ ประเมินเป้าหมาย SET Index ที่ 1,550 – 1,626 จุด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนในช่วงต้นปี 2564 แนะนำหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง และได้แรงหนุนจาก Fund Flow อย่าง PTT, KBANK, ADVANC, GULF และหุ้นปันผลสูง AP, DCC ในทางตรงกันข้ามหุ้นที่ขยับขึ้นมาแรงจนเกินมูลค่าทางพื้นฐาน อย่าง MAJOR, DELTA ต้องระมัดระวังในการซื้อขาย หรือเก็งกำไร

หุ้นไทยปี 2564

บล.ทรีนีตี้ มองเป้าหมายหุ้นไทยที่ 1,550 จุด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ประเมินเป้าหมายดัชนีปีหน้าไว้ที่ระดับ 1,550 จุด เนื่องจากได้อานิสงส์จากนโยบายของธนาคารกลางแต่ละประเทศที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบมากขึ้นและทำให้สภาพคล่องทั่วโลกยังสูง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่มีแนวโน้มอ่อนค่าซึ่งจะหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าในตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตามมองว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานภายในยังไม่พร้อมที่จะผลักดัน SET ปรับตัวขึ้นแบบจริงจังและอาจยังไม่แข็งแกร่งนักเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาค เนื่องจากการเติบโตมาจากฐานที่ต่ำในปีนี้ แต่การฟื้นตัวยังไม่ไม่สามารถไปถึงระดับก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ทั้งในส่วนของภาวะเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงล่าสุดยังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน โดยแนะนำลงทุนหุ้นไทยเพียงสัดส่วน 10%,หุ้นต่างประเทศ 30%,ตราสารหนี้ 30%,ทองคำ 10% และถือเงินสด 20%

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน คาดดัชนีปีนี้แตะ 1,559 จุด

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ต่อมุมมองในด้านการลงทุน และคาดการณ์ทิศทางดัชนีราคาหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2564 โดยคาดว่า เป้าหมายดัชนี ณ วันสิ้นปี 2564 จะอยู่ที่ประมาณ 1,559 จุด ซึ่งสูงกว่าระดับดัชนี ณ วันสิ้นปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 1,449 และมีจุดต่ำสุดของดัชนีราคาหุ้นไทยระหว่างปี มีค่าเฉลี่ยจุดต่ำสุดที่ 1,338 จุด

สำหรับจุดสูงสุดของ SET Index ระหว่างปี 2564 เฉลี่ยที่ระดับ 1,631 จุด พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดเฉลี่ยที่ 77.46 บาท

สำหรับหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำ คือ ADVANC, BDMS, CPALL, KBANK และ PTTGC ส่วนหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและสายการบิน นอกจากนั้น ยังให้หลีกเลี่ยงหุ้นบางรายที่วิ่งขึ้นมากว่า 1,000% เนื่องจากราคาเกินมูลค่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม