ดูหนังออนไลน์
Finance

หุ้น HMPRO ไตรมาส 3 ดูสดใส กรุยทางสู่ไฮซีซั่น

 

หุ้น HMPRO ไตรมาส 3 ดูสดใส กรุยทางสู่ไฮซีซั่น ขณะบทวิเคราะห์ บล. บัวหลวง เชื่อว่าโฮมโปร กลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปี 2564

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น HMPRO ถือเป็นผู้นำร้านค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและวัสดุก่อสร้าง ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ด้วยจำนวนสาขาที่กระจายอยู่มากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ

แน่นอนว่าปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของธุรกิจค้าปลีก จากมาตรการล็อกดาวน์ในวิกฤติโควิด-19 ที่น่าจะกระทบต่อยอดขายของบริษัทอยู่บ้าง แต่ผลประกอบการไตรมาส 3/2563 กลับไม่ได้รับผลกระทบมากอย่างที่คิด พบว่า ผู้คนก็ยังต้องซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้านกันดีอยู่ หรืออาจจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

HomePro cover 01

ผลงานไตรมาส 3 ดีกว่าคาด

โฮมโปร รายงานผลประกอบการ ประจำงวดไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้รวมอยู่ที่ 16,019 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 11.34% QoQ แต่ปรับลดลง 2.16% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 48.57% QoQ แต่ปรับลดลง 5.53% YoY 

จะเห็นว่าโฮมโปร กลับมาทำผลงานฟื้นตัวอยู่ในระดับปกติได้จากไตรมาสที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ถือว่าปรับลดลงเล็กน้อย แต่ตัวเลขนี้ยังนับว่า “ดีเกินคาด” เนื่องจากการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ติดลบ 3.5% เพราะการล็อกดาวน์ แต่บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25.8%  เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ 

ลุ้นไฮซีซั่น รับประโยชน์ช้อปดีมีคืน

ปกติแล้วไตรมาส 4 ของปี จะเป็น High season ของโฮมโปร และแนวโน้มก็ถือว่ามีโอกาสที่บริษัทจะลุ้นการเติบโตได้โดดเด่น เพราะน่าจะได้รับแรงหนุนจากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่ผู้มีรายได้ระดับกลางถึงบนที่เสียภาษี สอดคล้องกับลูกค้าของโฮมโปรที่รายได้หลักกว่า 45% มาจากกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ้

บทวิเคราะห์ บล. บัวหลวง ระบุว่า กำไรรวม 9 เดือนของโฮมโปร คิดเป็น 68% ของประมาณการณ์กำไรทั้งปีของบริษัท ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรรวมปี 2563 ของโฮมโปร จะมีอยู่ที่ราว 5,313 ล้านบาท และกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปี 2564 ที่ประมาณ 6,129 ล้านบาท  

HomePro 01

สรุปงบการเงินของ HMPRO ย้อนหลัง 

– ปี 2560 รายได้ 64,234 ล้านบาท กำไร 4,886 ล้านบาท

– ปี 2561 รายได้ 66,049 ล้านบาท กำไร 5,612 ล้านบาท

– ปี 2562 รายได้ 67,423 ล้านบาท กำไร 6,176 ล้านบาท

HMPRO หุ้นเด้งในรอบ 10 ปี 

มีหุ้นหลายตัวในตลาดที่ทำผลงานเติบโตโดดเด่น ผ่านร้อนผ่านหนาว ทนทานมาได้หลายวิกฤติ ซึ่งเราปฎิเสธไม่ได้เลยว่า โฮมโปร คือหนึ่งในนั้น

โดยในปี 2553 โฮมโปรมี Market Cap. เท่ากับ 38,000 ล้านบาท แต่ในวันนี้ (30 ต.ค. 2563) โฮมโปร มี Market Cap. เติบโตมาอยู่ที่ 184,116 ล้านบาท แสดงว่า 10 ปีผ่านไป มูลค่ากิจการของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 384.51% โดยใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และถ้าย้อนกลับไปวันนั้นเราลงทุนในหุ้น HMPRO 1 ล้านบาท เงินของเราวันนี้จะเพิ่มเป็น 3.8 ล้านบาททีเดียว

ปัจจุบันโฮมโปรมีธุรกิจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 

1. กลุ่ม Home Improvement

ธุรกิจค้าปลีกสินค้าสำหรับก่อสร้าง ตกแต่งและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยในประเทศไทยจะมีทั้งหมด 93 สาขา และต่างประเทศที่มาเลเซีย 6 สาขา

2. กลุ่ม Home Center 

ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เมกาโฮม” จำนวน 14 สาขา โดยเป็นธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และของใช้ในครัวเรือน

3. ธุรกิจอื่นๆ 

อย่างเช่น การบริหารพื้นที่ให้เช่า การบริหารจัดการคลังสินค้าและให้บริการขนส่งสินค้า

รู้หรือไม่ว่า ? โฮมโปร คือ บริษัทย่อยของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 อยู่ในสัดส่วน 30.23% และยังถือหุ้นผ่านกลุ่มควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) อีก 19.87% อีกด้วย 

อ่านข่าวเพิ่มเติม