Finance

‘เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง’ ดันลงทุนยั่งยืน คาดเม็ดเงิน ‘ลดโลกร้อน’ พุ่ง 5.5 ล้านล้านดอลล์


เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง (KBank Private Banking) ชี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่  ภาคการลงทุน มีส่วนสำคัญหนุนธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม  คาด เม็ดเงิน ลงทุนลดโลกร้อน พุ่งถึงปีละ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์  ไปจนถึงปี 2573

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินเศรษฐกิจ ที่สร้างความเติบโต โดยเน้นการผลิตและการบริโภคที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาวะแวดล้อม และสังคมเป็นอย่างมาก

ลงทุนลดโลกร้อน

อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยังถูกปล่อยออกมาในอัตราเดิม ไปจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันถึง 550 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าขนาดเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปี 2562 ถึง 7 เท่าเลยทีเดียว

นายจิรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ การปฏิวัติเพื่อความยั่งยืน (The Sustainability Revolution) และเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบ ที่สามารถสร้างความเติบโตโดยไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้กับโลก เพื่อมุ่งสู่ CLIC Economy

CLIC Economy  ย่อมาจาก Circular คือการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน Lean คือการลดความสูญเปล่าหรือใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า Inclusive คือความเท่าเทียมกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม และ Clean คือเศรษฐกิจบนสิ่งแวดล้อมสะอาด

การปฏิวัติครั้งนี้จะแบ่งแยกระหว่าง ธุรกิจที่เป็นผู้ชนะ หรือกลุ่มที่ตระหนัก และปรับตัวเข้ากับ ระบบเศรษฐกิจใหม่ได้ กับ ธุรกิจที่เป็นผู้แพ้ หรือกลุ่มที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะถูกจำกัดการดำเนินธุรกิจ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้บริโภค และสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในที่สุด

เทรนด์ด้าน ความยั่งยืน ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งของนักลงทุน ในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว หนึ่งในมิติด้านความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของการลงทุนคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Transition เนื่องจากมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ และเพิ่มความเสี่ยงแก่ธุรกิจ ที่ยังคงอิงกับอุตสาหกรรมหนักแบบเก่าอย่างมหาศาล

ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจในรูปแบบใหม่อย่างไร้ขีดจำกัดเช่นกัน โดยเป้าหมายร่วมของโลกในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 50% ภายในปี 2573 หมายถึง โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ในอีก 10 ปีข้างหน้า

การบรรลุเป้าหมายในการลดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ต้องอาศัยทั้งการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสะอาด ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมหนัก ที่ยังมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ ให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนมากขึ้น

เทรนด์ด้านความยั่งยืน ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งของนักลงทุน

แรงขับเคลื่อนหลัก 4 ประการ

1. นโยบายจากภาครัฐ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในทางสะอาดและควบคุมธุรกิจ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon credit) ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น

2. ผู้บริโภค ที่มีความตระหนักรู้ต่อสถานการณ์และหลีกเลี่ยงการใช้สินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีราคาถูกลง เอื้อให้ธุรกิจสามารถสร้างกำไรไปพร้อมๆ กับความยั่งยืนได้

4. เงินของนักลงทุน ที่จะสนับสนุนบริษัทที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

ลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) ผู้ให้บริการไพรเวทแบงก์ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 220 ปี พันธมิตรของ KBank Private Banking ได้แบ่งธุรกิจที่มีศักยภาพไว้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

ลงทุนลดโลกร้อน

1. ธุรกิจผู้ชนะในโลกที่มีการจำกัดปริมาณคาร์บอน (Carbon-constrained world) ได้แก่ ธุรกิจที่ผลิตสินค้า หรือให้บริการที่ตอบโจทย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Solution provider) โดยตรง เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ ให้การใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น และรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า

2. ธุรกิจผู้ชนะในโลกที่ได้รับความเสียหายจากคาร์บอน (Carbon-damaged world) ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในสภาวะแวดล้อม ที่เปลี่ยนไปจากภาวะโลกร้อน เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแรงขึ้น และธุรกิจที่วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงด้านการเงิน จากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

KBank Private Banking มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการ ลงทุนลดโลกร้อน เพื่อความยั่งยืน ผ่านการบริการบริหารความมั่งคั่งครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การนำตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก มาประยุกต์ และถ่ายทอดแก่ลูกค้า และเปิดโอกาสในการลงทุน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืนในระดับสากล

ที่ผ่านมา KBank Private Banking นำเสนอกองทุนภายใต้ธีมความยั่งยืนแก่ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น K-HIT และ K-CHANGE

ล่าสุด แนะนำกองทุน K Climate Transition ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ LO Funds – Climate Transition , (USD), I Class A (กองทุนหลัก) โดยเป็นกองทุนที่คำนึงถึงปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กองทุนแรก และหนึ่งเดียวของไทย มุ่งเน้นลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัว และต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จากธุรกิจหลากหลายทั่วโลก เพราะเชื่อว่าธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม สามารถสร้างผลประกอบการที่ดี และยั่งยืนกว่าธุรกิจ ที่เมินเฉยสิ่งเหล่านี้  โดยจะเปิดขาย IPO ครั้งแรกในช่วงวันที่ 1-15 กันยายน นี้

นอกจากนี้ ยังได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “Sustainability Revolution: A Call for Action” โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2550 มาร่วมสร้างความตระหนักรู้ และขับเคลื่อนโลกเพื่อความยั่งยืนด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม