เปิด “งบกองทุนบัตรทอง ปี 2569” วงเงินกว่า 2.72 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.51% เฉลี่ยงบเหมารายหัว 4,298.24 บาทต่อคน รวม 47.50 ล้านคน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สปสช.

ไฟเขียวตั้งงบกองทุนบัตรทอง ปี 2569 กว่า 2.72 แสนล้านบาท
ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบ “ข้อเสนองบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2569” ตามมติคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ วงเงินงบประมาณจำนวน 272,583.32 ล้านบาท ในจำนวนนี้แยกเป็นงบเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 204,174.99 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 4,298.24 บาทต่อประชากร เพื่อดูแลประชากร 47.50 ล้านคน
และงบค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 68,408.32 ล้านบาท เมื่อหักเงินเดือนภาครัฐในระบบปกติจำนวน 71,446.45 ล้านบาท จะเหลือเป็นงบประมาณที่ให้ สปสช. บริหารทั้งสิ้นจำนวน 201,136.87 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบประมาณที่นำเสนอในปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณ 2568 ได้เพิ่มขึ้นจำนวน 36,196.80 ล้านบาท หรือคิดเป็น 19.51% โดยงบเหมาจ่ายรายหัวจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 442.16 บาท

รายการเพิ่มงบค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนงบค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว จำนวน 68,408.32 ล้านบาท ได้ขอเพิ่มเติมจากปีที่ผ่านมาจำนวน 13,862.97 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.42% เพื่อใช้สำหรับรายการ ดังต่อไปนี้
- ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์จำนวน 4,574.06 ล้านบาท
- ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวน 16,074.98 ล้านบาท
- ค่าบริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเรื้อรังจำนวน 1,584.95 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 1,490.29 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิและหน่วยนวัตกรรมจำนวน 4,188.96 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพฯ จำนวน 4,110.35 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนจำนวน 6,267.29 ล้านบาท
- ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 541.07 ล้านบาท
- เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการและผู้ให้บริการจำนวน 562.23 ล้านบาท
- ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทั่วไปจำนวน 27,761.92 ล้านบาท
- ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDS) จำนวน 1,252.27 ล้านบาท
กรอบวงเงินจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทยื
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบวงเงินสำหรับยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษที่ให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์จัดหาให้ปีงบประมาณ 2569 อาทิ ยาจำเป็น (ยา จ.2 ยา CL ยากำพร้า ยาต้านพิษ) อุปกรณ์และอวัยวะเทียม รากฟันเทียม ชุดประสาทหูเทียม ยาเอชไอวี น้ำยาล้างไตผ่านช่องท้อง วัคซีน และถุงยางอนามัย เป็นต้น รวมเป็นงบประมาณจำนวน 13,617.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33.% จากปีที่ผ่านมา
“ในปี 2569 รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งมั่นยกระดับการดูแลสุขภาพให้กับประชาชน ทั้งการต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ลดโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ จัดบริการสุขภาพเชิงรุก บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เป็นต้น เหล่านี้ส่วนหนึ่งจะขับเคลื่อนภายใต้งบประมาณกองทุนบัตรทองฯ ที่เป็นข้อเสนองบประมาณปี 2569 ซึ่งบอร์ด สปสช. เห็นชอบวันนี้ โดยผมจะนำเสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าว
เพิ่มสิทธิประโยชน์ 10 รายการ
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณกองทุนบัตรทองปีงบประมาณ 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560 ที่เป็นร่มใหญ่ ร่วมกับยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา แผนปฏิรูปประเทศ นโยบายรัฐบาล/รมว.สาธารณสุข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 แผนปฏิบัติราชการ สปสช. ฉบับที่ 5 (ทบทวนปี 2568) และผลจากการรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น และคำนึงถึงต้นทุนบริการที่เหมาะสม อัตราเงินเฟ้อ ประชากรที่เปลี่ยนแปลง ปริมาณบริการที่เพิ่มขึ้น การสนับสนุนนโยบายรัฐบาล สิทธิประโยชน์ใหม่ เทคโนโลยีทันสมัยและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพบริการให้กับประชาชน
ส่วนของการสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพของรัฐบาลภายใต้งบประมาณกองทุนฯ ปี 2569 มีจำนวน 26 รายการ เป็นวงเงินจำนวน 21,058.58 ล้านบาท อาทิ บริการระบบการแพทย์ทางไกลที่เพิ่มเติมการดูแลคนไทยในต่างแดน ห้องพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียน และตู้ห่วงใย, บริการหน่วยนวัตกรรม 7 ประเภท, บริการสร้างเสริมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) บริการลดการนอนในโรงพยาบาลในผู้ป่วยโรคหอบหืด
ศูนย์ให้คำปรึกษาจิตเวชในโรงพยาบาลชุมชน สายด่วนสุขภาพจิต สายด่วนเลิกบุหรี่ พอกเข่าโดยสมุนไพร การดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวในชุมชนให้มี Caregiver การตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเอง ทั้งโรคพยาธิใบไม้ตับ เอชไอวี และเอชพีวี, วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิงชนิด 9 สายพันธุ์ ตลอดจนบริการสุขภาพกลุ่มคนข้ามเพศ เป็นต้น
นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ไม่เพียงเท่านี้จากข้อเสนอต่างๆ ที่ สปสช. ได้รับฟังในปีที่ผ่าน ดังนั้นปี 2569 จะมีสิทธิประโยชน์ใหม่ 10 รายการ รวมวงเงิน 1,276.54 ล้านบาท ได้แก่ สายด่วนเลิกเหล้า, สายด่วนท้องไม่พร้อม/สายด่วนวัยรุ่น, ธนาคารนมแม่, วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบในเด็ก (PCV), วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี
การตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน, การตรวจคัดกรอง Autistic disorder ด้วยเครื่องมือ TDAS, ชุดตรวจ Microalburnin ในปัสสาวะเพื่อตรวจคัดกรองติดตามโรคไตเรื้อรังและภาวะแทรกช้อนจากเบาหวาน, การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่เบาหวานระยะสงบและบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เชื่อมโยงข้อมูลภาษีผ่าน ‘D-MyTax’ ช่วยข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้รับบำเหน็จ-บำนาญ 2.2 ล้านคน จ่ายภาษีง่ายขึ้น
- เช็กที่นี่! แจ้งกำหนดเวลา ‘การยื่นแบบ-ชำระภาษี’ 4 ประเภท
- จ่อเก็บ ‘ภาษีความเค็ม’ ภายในปี 2568 นำร่องขนมขบเคี้ยว ย้ำเก็บแบบขั้นบันไดเหมือนภาษีความหวาน
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg
