Stock - Finance

‘PTTGC’ ขยับธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างกำไรระยะยาว!!

PTTGC ขยับธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างกำไรระยะยาว ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 มีรายได้จากการขายรวม 175,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% จากปีก่อน ปรับเพิ่มขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หุ้น PTTGC เป็น Chemical Flagship ของกลุ่ม ปตท. โดยมีธุรกิจอยู่หลากหลายสาย ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ ผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ ผลิตภัณฑ์เอทิลีนออกไซด์ ผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ฟีนอล เป็นต้น ซึ่งหลักๆ แล้วธุรกิจของ PTTGC ยังคาบเกี่ยวในส่วนปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นกลาง ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์มีความผันผวนตามตลาดโลกพอสมควร

ทำให้เริ่มเห็นว่าช่วงหลังมานี้ PTTGC ขยับธุรกิจเข้าสู่ปิโตรเคมีปลายน้ำที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง หรือ High Value Business (HVB) มากขึ้น ซึ่งที่ชัดเจนสุดก็คือเมื่อปี 2564 กับการทุ่มเงิน 1.48 แสนล้านบาท ซื้อหุ้น 100% ของ Allnex Holding GmbH บริษัทในเยอรมนี ที่ประกอบธุรกิจในการผลิต Coating Resins และ สาร Additives ที่ใช้สำหรับการใช้งานในงานสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมทั่วไป สารเคลือบป้องกัน อุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทั้งสารเคลือบผิวและหมึกชนิดพิเศษ

PTTGC

PTTGC เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น Vencorex Holding

รวมถึงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565  PTTGC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า PTTGC International (Netherlands) B.V. (GC Inter B.V.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% เข้าเก็บหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท Vencorex Holding (Vencorex) อีก 9.18% รวมเป็น 100% จากเดิมที่มีสัดส่วนการถือหุ้น 90.82%

Vencorex เป็นผู้ผลิตและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีในการผลิต Isocyanate โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ในกลุ่ม HDI และ HDI Derivatives วัตถุดิบหลักในการผลิตพลาสติก PU ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการผลิตโฟมและสารเคลือบในอุตสาหกรรมยานยนต์และสิ่งก่อสร้าง

ปัจจุบันมีโรงงานผลิตใน 3 ประเทศ คือ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย และมีฐานลูกค้ากระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยธุรกรรมดังกล่าวยังเป็นการดำเนินการตามกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มสัดส่วนการทำกำไรจากธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Business) ของ PTTGC

แน่นอนว่าการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทใน Vencorex จะทำให้ PTTGC เพิ่มความสามารถในดำเนินการตามกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่ธุรกิจปลายน้ำที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน PTTGC เป็นหุ้นเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มปิโตรเคมี ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Cap.) ที่สูงกว่า 2 แสนล้านบาท โดยผลประกอบการล่าสุดในไตรมาส 1/2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 175,554 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการปรับเพิ่มขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่หนุนด้วยราคาน้ำมัน กำไรสุทธิ 4,211.66 ล้านบาท ลดลง 57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากขาดทุนตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง

PTTGC

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2565 PTTGC คาดว่ายอดขายจะดีกว่าครึ่งปีแรก หลังไม่มีการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และอัตรากำไรจะยังทรงตัวในระดับสูง ส่วนประเด็นเรื่องค่าการกลั่นที่ทางภาครัฐจะขอความร่วมมือนั้น ต้องเข้าใจว่า PTTGC อยู่ในธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากโรงกลั่นต่ำกว่า 10% และส่วนใหญ่เป็นการกลั่นเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบใช้ในการผลิตปิโตรเคมี

ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียวกับกลยุทธ์ปรับทิศทางธุรกิจเพื่อเน้นไปสู่ปิโตรเคมีขั้นปลาย และกลุ่ม High Value Business ซึ่งให้มาร์จินสูงและมีความเสถียรมากกว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าจับตามอง คือความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีคอมเพล็กที่สหรัฐ (US Petrochemical Complex) ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหาพันธมิตรเพื่อเข้าลงทุน หากโครงการนี้ชัดเจนเมื่อไหร่ จะเป็นอัพไซด์สำคัญที่หนุนราคาหุ้นในระยะยาวอย่างแน่นอน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน