ดูหนังออนไลน์
Stock - Finance

โค้งแรก ‘7 หุ้นกลุ่มปตท.’ พลิกทำกำไรโตถ้วนหน้า

สรุปผลงานโค้งแรก 7 หุ้นกลุ่มปตท. พลิกกลับทำกำไรโตถ้วนหน้า ช่วงไตรมาสแรกปี 2564 ทุกบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดีในช่วงที่ผ่านมา 

กลุ่มบริษัทในเครือปตท. ที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานประกอบด้วย PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, IRPC, GPSC และ OR ได้ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2564 ครบแล้ว พบว่าทุกบริษัทกลับมาทำผลงานได้โดดเด่นกันถ้วนหน้า หลังจากปี 2563 ที่เจอผลกระทบค่อนข้างหนัก ทำให้กำไรลดลงและบางแห่งถึงขั้นขาดทุนสุทธิ

ภาพรวมผลงานที่ออกมาดีในไตรมาสนี้หลักๆ แล้วมาจากธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด ทั้งกำไรจากสต็อกน้ำมันและปริมาณการขายก๊าซ ก็ดีขึ้นจากปริมาณการใช้ไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ก็ฟื้นตัวได้ดีจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับขึ้นยกแผง เอาเป็นว่า ลองมาเจาะในรายละเอียดของแต่ละบริษัทกันเลยดีกว่า

1. PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 492,191 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 32,587 ล้านบาท พลิกจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ -1,554 ล้านบาท

ปตท. กลับมามีกำไรโดดเด่นหลังจากรายได้ของกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่นปรับเพิ่มขึ้นตามราคาขายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มโพลิเอทิลีนและอะโรเมติกส์ ที่สำคัญไตรมาสนี้ มีกำไรจากสต็อกจำนวนมากถึง 8,900 ล้านบาท และมีกำไรพิเศษจากการซื้อสินทรัพย์ของบริษัทย่อย ที่ประกอบธุรกิจสำรวจและขุดเจาะอีกด้วย

2. PTTGC : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 103,083 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9,694 ล้านบาท พลิกจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ -8,784 ล้านบาท

ด้วยราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันปริมาณการขายก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะ PTTGC มีแผนปิดซ่อมบำรุงที่น้อยลง ทำให้สามารถรีดผลกำไรจากการดำเนินงานออกมาดีขึ้น

3. TOP : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 75,470 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,360 ล้านบาท พลิกจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ -13,754 ล้านบาท

ถึงแม้ว่าไตรมาสนี้ค่าการกลั่นน้ำมันจะยังอ่อนแอ แต่บริษัทได้ชดเชยมาจากตลาดสาร LAB (Linear Alkyl Benzene) และส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่น ประกอบกับมีกำไรพิเศษจากสต็อกน้ำมัน 4,656 ล้านบาท ทำให้บริษัทพลิกมีกำไรหลังจากขาดทุนอย่างหนักไปเมื่อปีก่อน

4. IRPC : บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 53,896 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,581ล้านบาท พลิกจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ – 8,904 ล้านบาท

ถือว่าเป็นไตรมาสที่กลุ่มปิโตรเคมีค่อนข้างสดใส ทั้งปริมาณขายและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยลง และไม่มีประเด็นเรื่องสงครามการค้ามากระทบแล้ว นอกจากนี้ IRPC ยังมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันอีก 5,002 ล้านบาท  

5. PTTEP : บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 54,033 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11,533 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 33.92% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 8,612 ล้านบาท

เป็นไตรมาสที่ PTTEP กลับมามีกำไรแตะหลักหมื่นล้านอีกครั้ง หลังได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ปรับสูงขึ้นมาอยู่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากในหลายประเทศ เริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง

 6. OR – บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) 

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 119,302 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,003 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 110.88% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,104 ล้านบาท

ยังคงโดดเด่นสำหรับ OR ที่มีผลงานดีขึ้นจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่สำคัญบริษัทสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 10% ซึ่งมาจากการปรับลดค่าโฆษณาส่งเสริมการขาย และค่าซ่อมแซม นอกจากนี้มีกำไรจากสต็อกน้ำมันถึง 3,613 ล้านบาท อย่างไรก็ดีกลุ่มธุรกิจ Non-Oil มี EBITDA ลดลงถึง 21.5% สาเหตุมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องปิดร้านในบางสาขา

7. GPSC : บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวม 16,984 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,973 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 24.91% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,579 ล้านบาท

GPSC ยังคงรักษาผลงานที่สม่ำเสมอและมั่นคง โดยการเติบโตรอบนี้เป็นผลมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี ประเทศลาว อีกทั้งมีกำไรจากการขายหุ้น ในบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด และเงินปันผลรับจาก CKP อีกด้วย

 ทั้งหมดนี้ก็คือบทสรุปผลประกอบการ 7 หุ้นพลังงานที่ ปตท. ถือหุ้นโดยตรง ทั้งนี้บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ คาดว่าแนวโน้มในไตรมาส 2 ปี 2564 ของกลุ่มปตท. จะยังคงแข็งแกร่งเนื่องจะยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ แต่กำไรสุทธิอาจจะลดลงจากการหายไปของกำไรจากสต็อกน้ำมัน ส่วนในระยะยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวก จากทิศทางธุรกิจที่จะปรับตัวดีขึ้น ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ กลับคืนมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน