Startup

‘โออาร์’ ร่วมลงทุนรอบซีรีส์เอ ใน ‘Hungry Hub’ หนุนสตาร์ทอัพไทย พัฒนาอุตฯ ร้านอาหาร-โรงแรม


“โออาร์” โดย “ออร์ซอน เวนเจอร์ส”ร่วมลงทุนรอบซีรีส์เอ ใน “Hungry Hub” สตาร์ทอัพสัญชาติไทย หนุนธุรกิจ ภายใต้กรอบ Mobility & Lifestyle เสริมศักยภาพให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น เพื่อผลักดันการเติบโตของตลาดร้านอาหาร และโรงแรมในประเทศไทย

กองทุน ออร์ซอน เวนเจอร์ส (ORZON Ventures) ภายใต้ โออาร์ ประกาศร่วมลงทุนกับ Hungry Hub สตาร์ทอัพสัญชาติไทย แพลตฟอร์มจองร้านอาหาร และโรงแรมชั้นนำ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2560 ภายใต้โมเดล “ข้อเสนอพิเศษในการจองร้านอาหารแบบคุมงบได้” ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าร้านอาหาร และส่งเสริมให้ร้านอาหาร สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ให้บริการลูกค้าไปแล้วมากกว่า 2 ล้านที่นั่ง และสร้างยอดขายให้ร้านอาหารไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท หรือ 30 ล้านดอลลาร์

โออาร์

“โออาร์” โดย “ออร์ซอน เวนเจอร์ส”ร่วมลงทุนรอบซีรีส์เอ ใน “Hungry Hub”

ในการระดมทุนรอบซีรีส์เอ (Series A) นั้น Hungry Hub ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) ด้วยการลงทุนผ่านกองทุน ออร์ซอน เวนเจอร์ส  ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของโออาร์ ในการผลักดัน Inclusive Growth เดินหน้าสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพไทย ที่มีจุดแข็งในด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยี และมีความสามารถ ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ให้ร่วมเติบโตไปกับธุรกิจของโออาร์

ก่อนหน้านี้ Hungry Hub ได้ระดมทุนรอบ Seed Round ในเดือนสิงหาคม 2562 จาก Expara และ 500 TukTuks (กองทุนภายใต้เครือข่าย 500 Global ในส่วนประเทศไทย) ต่อมา ได้การรับระดมทุน รอบ Pre-Series A จาก ECG Venture Capital ผู้นำด้านการลงทุน Private Equity รายใหญ่ในประเทศไทย และ MOVF Media Group ผู้นำอันดับหนึ่งด้านสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับธุรกิจอาหาร อย่างเพจ Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่ หมีมีหม้อ และ แปะโปร

โออาร์

Hungry Hub เป็นผู้พัฒนาระบบจองร้านอาหาร ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยร่วมมือกับร้านอาหาร และโรงแรมชั้นนำ มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้า ทราบราคาสุทธิที่ต้องจ่าย ก่อนเดินเข้าร้านอาหาร และต้องการช่วยให้ร้านอาหารมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน โดยนำเสนอดีลพิเศษให้กับผู้บริโภค เช่น ทำแพ็กเกจในร้าน A la carte ให้ทานได้แบบ All You Can Eat เป็นต้น

ปัจจุบัน Hungry Hub มีร้านอาหารเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์รวมกว่า 900 ร้านในไทย รวมถึง ร้านอาหารระดับไฮเอนด์ และแบรนด์โรงแรมชั้นนำ อาทิ ร้านอาหารชื่อดังอย่าง คอปเปอร์ บุฟเฟต์  ออเดรย์ คาเฟ่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ (Minor Group) และเครือโรงแรมระดับโลกอย่าง แมริออท อนันตรา และบันยัน ทรี  ให้กับร้านอาหารพาร์ทเนอร์ และเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหาร 1 สาขา สูงสุดถึงเดือนละ 12 ล้านบาท อย่างคอปเปอร์ บุฟเฟต์ และเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรม สูงสุดถึงเดือนละ 9 ล้านบาท อย่าง โรงแรมบันยัน ทรี กรุงเทพฯ

โออาร์

นอกจากนี้ Hungry Hub ยังให้บริการจัดหาร้านอาหารจัดเลี้ยงและดีลพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มบริษัท ต่อยอดโมเดลจัดเลี้ยงแบบออนไลน์ ส่งอาหารถึงบ้านพนักงาน ตอบโจทย์พฤติกรรม และข้อจำกัดในช่วงโควิด-19 ให้บริการลูกค้ากลุ่มบริษัทชั้นนำแล้ว อย่าง ไลน์ เอสซีบี กสิกรไทย PTTEP และอีกมากมาย

สุรสิทธิ์ สัจจเดว์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hungry Hub กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นกลุ่มร้านอาหาร Luxury Segment มากขึ้น ทั้ง Fine Dining, Omakase, Chef Table และร้านอาหาร/โรงแรม ที่มอบประสบการณ์พิเศษ พร้อมทั้งตั้งเป้าให้มีพันธมิตรร้านอาหาร 2,000 แห่ง สร้างรายได้แก่ร้านอาหาร 1,000 ล้านบาทต่อปี และมีผู้ใช้งานระบบ 1 ล้านคนต่อเดือน พร้อมทั้งขยายไปสู่ต่างประเทศภายใน 1 ปีหลังจากนี้”

โออาร์

“เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมร้านอาหาร และโรงแรม ทั้งในด้านการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภค การแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ ระหว่างกันในอุตสาหกรรม ตลอดจนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมร้านอาหาร และโรงแรมของไทย พร้อมคัดสรรโปรโมชันที่คุ้มค่าและแปลกใหม่ มาให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”

ขณะที่ ราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ ORion ของโออาร์ เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดตั้งกองทุนออร์ซอน เวนเจอร์ส โดยมุ่งเน้นลงทุน ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และธุรกิจใหม่ภายใต้กรอบ Mobility & Lifestyle เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และสร้างความเติบโตระยะยาว

รวมทั้งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ในการเติมเต็มโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน หรือ “Empowering All toward Inclusive Growth” และการเติบโตในรูปแบบ Outside – In Growth โดยจะใช้จุดแข็งที่โออาร์มี ในการช่วยให้พาร์ทเนอร์เติบโตไปพร้อม ๆ กัน

โออาร์
ราชสุดา รังสิยากูล

โออาร์เล็งเห็นว่า การลงทุนกับ Hungry Hub จะสามารถช่วยเติมเต็ม Lifestyle Ecosystem ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ F&B ในระยะยาว และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในการใช้บริการร้านอาหาร ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Hungry Hub หรือร้านอาหารที่เป็นพอร์ตฟอลิโอของโออาร์เอง เพื่อให้โออาร์สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวเพิ่มเติม