ดูหนังออนไลน์
Social

สธ. แจงดราม่าวัดไม่รับเผาศพ ‘ผู้ป่วยโควิด’ ยันเมื่อคนตาย เชื้อก็ตายตาม  

“สาธารณสุข” เคลียร์ดราม่าวัดไม่รับเผา “ศพผู้ป่วยโควิด” ยืนยันเมื่อคนตาย เชื้อก็ตายตาม ต่อจากนี้จะแบ่งการรักษาผู้ป่วยเป็น 3 กลุ่ม ตามอาการหนักเบา

                                                                         แฟ้มภาพ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีปัญหาทางวัดไม่รับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เนื่องจากกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อว่า ขอย้ำกับประชาชนว่า เรื่องนี้เราจะต้องผ่านไปด้วยกัน ถ้าต่างคนต่างเดิน เมื่อมีผู้เสียชีวิต แล้วหากไม่ยอมให้เขาไปทำพิธีกรรมทางสงฆ์ที่วัดใกล้บ้าน แล้วจะทำให้ไทยผ่านไปได้ยาก และขอยืนยันว่าผลแล็บของผู้เสียชีวิตออกมาเป็นลบตั้งแต่ยังไม่เสียชีวิตแล้ว และต่อให้ผู้เสียชีวิตมีผลออกมาเป็นบวก เชื้อก็ไม่เก่งกว่าเรา เพราะถ้าเราตาย เชื้อก็จะตายตามไปด้วย

“หากท่านบอกให้คนอื่นทำ แต่ท่านไม่ทำ สุดท้ายผลก็จะย้อนกลับมาหาตัวท่านติดเชื้อเอง ถ้าประชาชนยอมให้ผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมอยู่ที่วัดไหน ผมก็จะยอมไปเฝ้าข้างโลงศพ” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่อจากนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ อาการน้อย, ปานกลาง และหนักมาก โดยกลุ่มคนที่มีอาการน้อย จะเป็นไข้ 1-2 วัน เมื่อเอ็กซเรย์ปอดแล้วเป็นปกติ จะให้ทุกรายแอดมิดนอนที่โรงพยาบาล ได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลอย่างน้อย 5-7 วัน ซึ่งถ้าไม่มีอะไรแล้ว จะย้ายให้ไปพักที่โรงแรม ซึ่งจะสร้างเป็นโรงพยาบาลสนาม โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีแพทย์พยาบาลเฝ้าดูแลจนครบ 14 วัน โดยวันนี้ (24 มี.ค.) จะเริ่มดำเนินการย้ายผู้ป่วยเป็นวันแรก

ส่วนกลุ่มที่มีอาการปานกลาง จะให้ยาต้านเอดส์ 2 ชนิด และจะได้รับการดูแลจนครบ 14 วัน ถ้าปอดดีขึ้นและผลลัพธ์ออกมาเป็นลบก็จะให้กลับบ้านได้

ส่วนกลุ่มที่ 3 รายที่มีอาการหนักมากๆ จะต้องใช้เครื่องออกซิเจนช่วยหายใจและให้ยาฟาวิพิราเวียร์ของญี่ปุ่น ซึ่งก็จะให้อยู่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้น โดยจะรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ย้ายไปที่อื่น

ส่วนกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่ามีสูตรยาออกมารักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จนหายได้นั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง เพราะว่าเป็นเพียงการศึกษา สหรัฐอเมริกาใช้ผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่มเล็กๆ ขนาดกลุ่ม 30 คน ทดลองยาเช่นเดียวกับประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย เป็นเพียงการศึกษาวิจัยเท่านั้น

ที่มา สำนักข่าวแนวหน้า