“ดร.อนันต์” เผยไวรัสรุ่นใหม่กลายพันธุ์เร็วมาก จับตามอง โอไมครอน สายพันธุ์ใหม่ BA.2.10.1 ที่อินเดีย ตำแหน่งเปลี่ยนแปลงมากสุดตอนนีั้
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ชี้ไวรัสรุ่นใหม่กลายพันธุ์เร็วมาก จับตา โอไมครอน สายพันธุ์ใหม่ BA.2.10.1 โดยระบุว่า

ไวรัส SARS-CoV-2 ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อปีก่อนที่มีไวรัสสายพันธุ์หลักเพียง 1-2 สายพันธุ์เท่านั้น วันนี้มีไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ รายงานเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน
ยอมรับว่าผมเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าสายพันธุ์ไหนมีการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งใด
ถ้าถามว่าสายพันธุ์อะไรตอนนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากสายพันธุ์เริ่มต้น (Wuhan) มากที่สุด คำตอบคือ สายพันธู์ BJ.1 ซึ่งเป็น สายพันธุ์ที่พบในอินเดีย และอาจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นอะไรที่ต้องจับตามองมากขึ้น
ตารางข้างล่างเปรียบเทียบจำนวนของตำแหน่งที่เปลี่ยนไปเทียบกัน ตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่จะสนใจเป็นพิเศษคือ ตำแหน่ง RBD (Receptor Binding Domain) เพราะเป็นส่วนที่ไวรัสใช้จับกับโปรตีนตัวรับเข้าสู่เซลล์ เปลี่ยนไปเยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะได้ไวรัสหนีภูมิจะมากขึ้นเท่านั้น

จากตารางกลาง จะเห็นว่า เดลตาแตกต่างจาก Wuhan แค่ 2 ตำแหน่ง ตอนนั้นถ้าจำได้เราก็คุยกันว่า เดลตาเริ่มหนีภูมิได้กันแล้ว
พอโอไมครอนเข้ามาระบาด การหนีภูมิของเดลตาถูกลืมไปทันที เพราะ BA.1 มีตำแหน่งที่ต่างจาก Wuhan มากถึง 16 ตำแหน่ง และ หนีภูมิคนละระดับกับเดลตามาก

หลังจาก BA.1 ระบาด เราพบกับสายพันธุ์ BA.2, BA.5 ซึ่งจะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงจะไม่มาก ประมาณ 16-18 ตำแหน่งเทียบกับ Wuhan แต่จากแตกต่างจาก BA.1 เดิมพอสมควร คือ ประมาณ 7 และ 10 ตำแหน่งตามลำดับ
ไวรัสอีกสายพันธุ์หนึ่งที่บางคนเรียกว่าเป็น BA. Gen 2 แล้ว คือ BA.2.75.2 ซึ่งเป็นกลุ่ม BA.2 ที่แตกต่างจาก BA.2 มากถึง 10 ตำแหน่ง ถ้ารวมส่วนนอก RBD ด้วย

และ ตัวที่เป็นแชมป์อยู่ตอนนี้คือ BJ.1 หรือบางคนเรียกว่า BA.2.10.1 มีความแตกต่างจาก Wuhan เดิมมากถึง 33 ตำแหน่ง โดยที่ 22 ตำแหน่งอยู่ในส่วน RBD ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในข้อมูลปัจจุบัน
ข้อมูลจากอินเดีย BJ1 หรือ สายพันธุ์ใหม่ BA.2.10.1 ดูเหมือนจะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ไวรัสตอนนี้เปลี่ยนไปแบบไวกว่าเดิมมาก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไทยพบแล้ว 1 ราย! โอไมครอนสายพันธุ์ใหม่ ‘BA.2.75.2’
- ‘หมอมนูญ’ จี้ สธ. ‘เลิกผลิต-เลิกใช้’ ยาฟาวิพิราเวียร์ นอกจากไม่ช่วยรักษาโควิด ยังเพิ่มกรดยูริกให้ร่างกาย
- อ้าว!! สธ. ว่าไง? งานวิจัยสหรัฐฯ ระบุ ‘ยาฟาวิ พิราเวียร์’ ไม่ควรใช้ ‘รักษาผู้ป่วยโควิด’