Politics

สธ. ปลดล็อกหลักเกณฑ์ เข้าถึงยาต้านไวรัส ตับอักเสบ ซี โดยไม่ติดเงื่อนไข นนทบุรีนำร่อง

สธ. ปลดล็อกหลักเกณฑ์ เข้าถึงยาต้านไวรัส ตับอักเสบ ซี โดยไม่ติดเงื่อนไข นนทบุรีนำร่อง พร้อมขยายเพิ่มอีก 3 จังหวัด

วันนี้ (6 มิ.ย. 65) ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด โครงการนำร่องการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส เพื่อรักษาโรคไวรัสตับ อักเสบซีเรื้อรัง ปี 2565 (Test and Treat) พร้อมมอบยาต้านไวรัสและชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับ อักเสบซี ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมดำเนินการในพื้นที่ จ.นนทบุรี

ตับอักเสบ

แก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึงยา

นายอนุทินกล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะตับ อักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้จะมียาต้านไวรัสชนิดรับประทาน Sofosbuvir/Velpatasvir ที่มีประสิทธิภาพสูง รับประทานเพียง 12 สัปดาห์ สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ให้หายขาดร้อยละ 93-100 โดยขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ 2

แต่ยังมีปัญหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่สามารถเข้าถึงยาได้ โดยช่วงปี 2561-2564 มีผู้ติดเชื้อได้รับยาเพียง 14,503 ราย  เนื่องจากหลักเกณฑ์การใช้ยาที่ไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทุกราย เช่น ข้อจำกัดเรื่องค่าปริมาณไวรัสต้องมากกว่า 5,000 IU/ml และผู้ติดเชื้อต้องอายุไม่เกิน 70 ปี

ตับอักเสบ

รวมถึงการสั่งยา ต้องเป็นอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร หรืออายุรแพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งไม่มีในทุกโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ได้มอบใ ห้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เร่งรัดแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึงยา

และมอบให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกรมการแพทย์ กรมอนามัย และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งพัฒนาศักยภาพแพทย์ทั่วไปของโรงพยาบาลชุมชน พัฒนาระบบการตรวจและรักษาของโรงพยาบาลทุกแห่ง ให้มีความพร้อมตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยมีแพทย์ในโรงพยาบาลจังหวัดเป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษา

ตับอักเสบ

4 จังหวัดนำร้อง เพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส 

คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคดำเนินการ “โครงการนำร่องการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส เพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ด้วยวิธี Test and Treat” เพื่อให้ผู้ติดเชื้อรับยาต้านไวรัสโดยเร็ว หลังได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยัน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้จัดทำโครงการนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช และนนทบุรี เพื่อช่วยให้ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับการรักษา เข้าถึงยาโดยเร็ว โดยไม่ติดเงื่อนไข

นับเป็นก้าวสำคัญ ในการเริ่มต้นร่วมมือกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทย สามารถกำจัดโรคไวรัสตับ อักเสบ ซี ให้ได้ตามเป้าหมายในปี 2573 และอยากให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาร่วมสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มขึ้น และเร่งสร้างความตระหนักของประชาชน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนที่ติดเชื้อ ได้รับการรักษาให้หายขาดจากโรคนี้โดยเร็ว

ตับอักเสบ

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไวรัสตับ อักเสบ ซี น้ำยาตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อ และสนับสนุนยาต้านไวรัสให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ  โดยการนำร่องที่สถาบันบำราศนราดูร ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานนโยบายความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย

จะร่วมคัดกรองหาผู้ติดเชื้อร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สร้างระบบการดูแลรักษาโรคไวรัสตับ อักเสบ ซี เรื้อรัง ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ให้มีประสิทธิภาพ

โดยรูปแบบการจัดบริการ จะให้โรงพยาบาลระดับอำเภอและแพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรมแล้ว สามารถจ่ายยารักษาได้ และเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือในการกำจัดโรคไวรัสตับ อักเสบ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับ กระทรวงมหาดไทย เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานในพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม