Politics

‘นายกฯ’ เปิดแผนอุ้ม ‘ดีเซล’ ส่วน ‘เบนซิน’ เน้นเฉพาะกลุ่ม ลั่นช่วยกันก่อนเถอะ!

“นายกรัฐมนตรี” เปิดแผนอุ้ม “ดีเซล” ชี้จะพิจารณาครั้งละ 2 เดือน ส่วน “เบนซิน” เน้นช่วยเฉพาะกลุ่ม ลั่นที่เหลือถ้าพอช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปก่อนเถอะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาเรื่องสำคัญเนื่องจากความเดือดร้อนด้านพลังงาน ซึ่งวันนี้ได้มีการพิจารณาขยายมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

ประยุทธ์ 1756521

กระทบรายได้รัฐ 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ โดยรอบใหม่นี้จะลดลงประมาณ 5 บาทต่อลิตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม-20 กรกฎาคม 2565 เป็นเวลา 2 เดือน และจะพิจารณาทีละ 2 เดือน โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ของรัฐประมาณ 20,000 ล้านบาท

“วันนี้กองทุนน้ำมันเราจำเป็นต้องใช้เงินกู้ เพราะเดิมติดลบอยู่แล้ว วันนี้รวม ๆ แล้วใช้ไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 70,000 ล้านบาท รวมกับครั้งนี้ด้วย แต่มันเป็นความจำเป็นที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนและภาคการผลิตเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นไปตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน สินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับตามต้นทุนค่าขนส่ง มีอีกหลายมาตรการที่กำลังหารือร่วมกันอีก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

281818315 306365138349778 4385429408980226155 n

“เบนซิน” พิจารณาให้เฉพาะกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจมีหลายอย่างที่ดีขึ้น บางอย่างยังลดลงอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและเรื่องของสงคราม ก็ได้แต่คาดหวังว่าจะสิ้นสุดลงได้โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อนทั้งโลก

ผู้สื่อข่าวถามถึงราคาน้ำมันเบนซินรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องของน้ำมันเบนซินเราจะพิจารณาให้เป็นเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว หากเราจะทำทั้งหมดทุกอย่างทุกคนทราบดีว่าจะต้องใช้เงินจำนวนมาก แล้วจะเอามาจากที่ไหน การที่เราให้ความสำคัญกับน้ำมันดีเซลเพราะถือเป็นต้นทุนการผลิตด้วย ด้านการขนส่งสินค้าอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ การบริหารขนส่งมวลชนอะไรต่าง ๆ สำหรับเรื่องของเบนซินเราก็ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มไปที่เดือดร้อนจริง ๆ

ประยุทธ์ 1756522
ช่วยกันไปก่อนเถอะ

“ที่เหลือถ้าพอช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปก่อนเถอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรเราจะช่วยกันประหยัดพลังงานที่เราสามารถจะช่วยกันได้ กันและกัน มันจะได้ลดค่าใช้จ่าย วันนี้รัฐบาลอยากช่วยทุกอัน แต่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วเรามีรายได้อย่างไร เราใช้งบประมาณไปมากน้อยเพียงใดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทุกอย่าง ซึ่งเรายังให้ทุกอย่างอยู่ เราไม่ได้หยุดอะไรไปเลยสักอย่างหนึ่งใช่ไหม แม้ว่าจะมีโควิดเข้ามาก็ตาม แม้การจัดเก็บรายได้จะลดลงก็ตาม แต่ถ้าเราทำอย่างไม่ระมัดระวังวันหน้าปัญหามันจะทับซ้อนกลับมาก อันนั้นคือประเด็น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม