ทีมหมอศิริราช โชว์ผลงานสุดเก่ง ปลูกถ่ายลำไส้และอวัยวะในช่องท้องให้ผู้ป่วยรายแรกของประเทศไทยสำเร็จ
ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ศิริราชได้ดำเนินการปลูกถ่ายอวัยวะตั้งแต่ปี 2514 โดยปลูกถ่ายไตสำเร็จรายแรกวันที่ 26 กรกฎาคม 2516 จากนั้นได้ปลูกถ่ายอวัยวะอื่นที่สำคัญ ได้แก่ ไต หัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน

สำหรับการปลูกถ่ายอวัยวะ นอกจากกระบวนการรักษาที่ซับซ้อนต่อเนื่องแล้ว สิ่งสำคัญคือ การได้รับบริจาคอวัยวะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ทั้งนี้ ล่าสุด ศิริราชประสบความสำเร็จการปลูกถ่ายลำไส้และอวัยวะในช่องท้อง สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย แม้แต่ในสหรัฐอเมริกายังปลูกถ่ายลำไส้ไม่ถึงปีละ 200 ราย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมแพทย์และระบบสาธารณสุขไทย
รศ. นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ประธานกรรมการดำเนินการงานเปลี่ยนอวัยวะศิริราชและหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ กล่าวว่า ปลายปี 2561 ผู้ป่วยรายนี้ ได้รับการรักษาผ่าตัดเนื้องอกที่ลำไส้เล็กส่วนต้นที่ รพ.แห่งหนึ่ง

หลังจากการผ่าตัด ได้เกิดหลอดเลือดดำใหญ่ในช่องท้องอุดตัน ส่งผลให้ลำไส้เล็กทั้งหมดและอวัยวะในช่องท้องบางส่วนขาดเลือด จำเป็นต้องผ่าตัดอวัยวะเหล่านั้นออก เพื่อนำของเสียออก จึงเกิดภาวะลำไส้สั้น ผู้ป่วยไม่สามารถกินอาหารและดูดซึมสารอาหารได้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต ต้องใช้สารอาหารทางหลอดเลือดพยุงไปตลอด
ทีมหมอศิริราช ได้รับการปรึกษา และเห็นถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายอวัยวะ จึงได้นำผู้ป่วยมารักษาที่รพ.ศิริราชเมื่อเดือนมกราคม 2562
จากการประชุมทีมแพทย์สหสาขาวางแผนการรักษา เห็นว่าจำเป็นต้องปลูกถ่ายทั้งลำไส้ ตับ ตับอ่อน และกระเพาะอาหารในคราวเดียวกัน จึงจะทำให้ผู้ป่วยหายได้ โดยเฉพาะการปลูกถ่ายลำไส้ เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องได้รับบริจาคจากผู้บริจาคสมองตายที่มีสัญญาณชีพคงตัว ผลตรวจเลือด หมู่เลือดตรงกับผู้ป่วยและการทำงานของระบบต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ดี มีอายุไม่มาก ทำให้ผู้ป่วยรายนี้ต้องรอรับบริจาคอวัยวะที่เหมาะสมจากผู้บริจาครายเดียวเป็นเวลานานกว่า 2 ปี
ต่อมาในวันที่ 2 เมษายน 2564 จึงได้ดำเนินการปลูกถ่าย โดยทีมสหวิชาชีพที่ประสานการทำงานเป็นระบบให้สอดรับ เพื่อลดระยะเวลาการขาดเลือดของอวัยวะต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะลำไส้มีภาวะขาดเลือดได้ไม่นานในระยะเวลา 4-6 ชม. โดยการผ่าตัดเป็นไปด้วยดีใช้เวลา 7 ชม.
หลังผ่าตัดผู้ป่วยฟื้นตัวดีมาก สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัววันที่ 12 มิถุนายน 2564 จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 ปีอวัยวะทุกอย่างทำงานได้ดี ยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นการนำสิ่งแปลกปลอมใหม่เข้าร่างกาย จึงต้องกินยากดภูมิฯไปตลอดชีวิต สามารถดูแลตนเองใช้ชีวิตได้ปกติ มีข้อจำกัดเพียงป้องกันการติดเชื้อ รักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัยที่ดี
ขณะที่ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยรายนี้ประมาณ 1.8 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายการปลูกถ่ายอวัยวะแต่ละส่วน อยู่ที่ประมาณหลักแสนถึงล้าน และสิทธิการรักษาพยาบาลหลายสิทธิครอบคลุมการปลูกถ่ายอวัยวะ ส่วนใดที่ไม่ครอบคลุม ที่ศิริราชก็มีกองทุนที่ช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศิริราช แจง ‘เก็บค่าบริการรักษาผู้ป่วยโควิด’
- อย่าเชื่อ!!อาจารย์เจษฎา ลั่นคลิปวิธีฆ่าโควิด ไม่ใช่ คณบดีแพทยศาสตร์ ศิริราช
- ถึงเวลาฉีดเข็ม 3-4 หรือยัง เช็คด่วน!! แนวทางฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทุกช่วงวัย